อย่ามองว่าการมาของ AI มันเข้ามากระทบชีวิตของเรา เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่ามันมีโอกาสเสมอ
แต่ทุกคนก็กลับพูดว่า AI จะมาแทนที่คน และทุกคนก็รู้ว่าต่อไปจะลำบาก แต่ในมือถือทุกคนก็มี AI แล้วมันเริ่มเข้ามามีบทบาท แต่เรากลับคนเราใช้มันกลับหน้าที่กัน ในวันที่เราพูดเรื่อง Digital Disruption มันคือเรื่องของความสามารถที่จะอยู่ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ เพราะสิ่งนี้ ‘มนุษย์ประดิษฐ์’ แต่ในทางกลับกัน มนุษย์กลับใช้กลับด้านกัน งานไหนใช้สมองไปพึ่ง AI ส่วนงานไหนง่าย ๆ กลับทำซะเอง!
ใน Session นี้จึงอยากชวนคนอ่านทุกคน มามองถึง 6 คำแนะนำถึงการบริหารจัดการคนภายในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
กับหัวข้อ People x Technology with Challenges on HR Practices ถอดสมการคนทำงานและเทคโนโลยี โดยคุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม Deputy CEO/CCO - AIS
เพราะสิ่งที่แน่นอนในวันนี้คือ AI จะมาแทนคนไม่ฉลาด คือพวกไม่พัฒนา ไม่อยากฉลาดแล้ว นั่นคือสิ่งที่ AI จะแทน เพราะมันจะทำงานง่าย ๆ ให้เรา การที่คนประดิษฐ์ปัญญาขึ้นมามันต้องทำงานที่ใช้ข้อมูลซับซ้อนให้มันออกมาง่าย ทำงานระดับ Advancement มากขึ้นจาก Data มากมาย ไม่ใช่ทำงานง่าย ๆ แล้วกลายเป็นมนุษย์ไม่ใช้สมองเลย
1. นี่คือจังหวะที่โชคดีของผู้นำในยุคใหม่
ในฐานะผู้นำต้องบริหารหรือเตรียมความพร้อมอย่างไร สิ่งหนึ่งต้องคำนึงไว้เสมอคือ คำว่าผู้นำ มันจะมีคำว่า ‘ผู้นำค้ำคอ’ คือคนที่ต้องฉลาดตลอดเวลา ฉันต้องรู้ทุกเรื่อง ผู้นำที่มีบุคลิกแบบนี้จะไม่มีวันไปต่อได้ในยุค AGI สิ่งสำคัญคืออย่าเป็นผู้บอกตลอดเวลา ผู้นำยุคใหม่ต้องกล้าฟัง อย่าเป็นผู้นำในแบบอดีต ต้องให้คนทำงานกล้าทำ กล้าคิดด้วย
ในวันที่เราเป็นลูกน้องคุณสามารถสะสมบุญจากประสบการณ์ได้ เมื่อในวันที่คุณเป็นผู้นำ คุณจะมีสกิลที่มากพอ เพราะการเป็นผู้บริหารไม่ต้องรู้ทุกเรื่องก็ได้ แต่ต้องรู้ว่าตัวเองไม่มีความรู้ ความสามารถอะไร ต้องรู้จักตัวเองให้ได้มากที่สุด รวมถึงหาให้เจอว่า ทีมกำลังต้องการทักษะอะไร จะต่อยอดอะไรกับทีม อย่าเป็นผู้นำที่เก่งที่สุดในทีม เพราะนั่นไม่ใช่จังหวะที่ดีของผู้นำในยุคนี้
2. อย่าเลือกคนทำงานที่ถูกใจ หรือเหมือนกับเรา
คนเราชอบหาคนที่ถูกใจเข้ามาทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ไม่ควรทำในองค์กร เวลาจะเลือกคนที่จะมาเป็น Successor เหมือน ๆ กันต่อไปจะไม่ตอบโจทย์ แต่ต้องเลือกคนที่จะขับเคลื่อนทีมได้ โดยเฉพาะคนที่เหมาะกับยุคนั้น ๆ ซึ่งในยุคนี้มันคือการขับเคลื่อนเทคโนโลยี และเรื่องของคนไปพร้อม ๆ กัน
สิ่งสำคัญของผู้บริหารคือต้องเปิดใจ อย่าไปคิดว่าคนที่เห็นต่างจากเราเป็นคนที่ไม่ถูกใจ เวลาอยู่ในห้องประชุมถ้าคุณเป็นผู้บริหารพูดแล้วในห้องประชุมกลับเงียบหมด นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ไม่ดีแล้ว รวมไปถึงลูกน้องเหล่านั้นอาจจะไม่คิดอะไรแล้ว ถ้าเราเอาเขามาเป็นผู้นำ แต่เขากลับเดินตามอย่างเดียว แปลว่าเราไม่ได้ผู้นำมา ซึ่งนั่นคือความเสี่ยงในอนาคต รวมไปถึงผู้นำเองก็ต้องรู้ด้วยว่าตัวเองไม่เก่งอะไร เพราะคุณต้องไปหาคนเก่งเรื่องนั้นมาทำ อย่าเป็นคนที่เก่งทุกเรื่อง มันเป็นไปไม่ได้แล้ว ดังนั้นผู้นำในยุคนี้คุณต้องเก่งบริหารคน นั่นคือหัวใจสำคัญ
รวมไปถึงเวลาบริหารงาน เรามองแค่คนอย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องมองระบบเทคโนโลยีด้วย ดังนั้น KPI แบบเดิม ๆ จะหมดไปแล้ว เพราะคนที่จะเก่งในยุคนี้ต้องใช้เทคโนโลยี หรือ AI มาช่วยในการทำงานได้จริง อีกส่วนคือเรื่องของการทำงานเป็นทีม วันนี้มันกลายเป็นทีมคือ คนกับAI ไปแล้ว การจะวัดผลหลังจากนี้ มันอาจจะกลายเป็น คนใช้AI ได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน
3. การมาของ AGI จะเข้ามาเขย่า Middle management
ในวันนี้องค์กรจะวิ่งไปสู่การซูเปอร์ลีน เพราะเมื่อ AI ปรับไปเป็น AGI แล้ว ซึ่งเจ้าสิ่งนี้คือการที่ AI จะเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน เป็นเพื่อนร่วมงานแล้ว คุณเจี๊ยบเล่าให้ฟังว่ามันมีงานวิจัยตัวนึงระบุไว้ว่า งานที่จะหายไปเยอะ ๆ หลังจากที่ AGI มาคือ ‘Middle management’ ซึ่งผู้บริหารที่อยู่ข้างบนจะกลายเป็นว่าต้องใช้ประโยชน์กับ AI ให้ได้ การวัดค่าศักยภาพหลังจากนี้คือผู้บริหารที่นำ AGI เข้ามายกระดับองค์กร ซึ่งมันจะเข้ามาวัดกึ๋น วัดความสามารถของ Middle management มากขึ้น ในวันนี้ AGI ยังไม่มา แต่อย่าประมาท เทคโนโลยีมันเกิดเร็วขึ้น การเตรียมความพร้อมสำคัญมาก ผู้บริหารควรมี Capability มาร่วมใช้กับ AI
4. อย่ามีเงินอย่างเดียวแล้วซื้อเทคโนโลยีเข้ามา
ในด้านของการลงทุนกับเรื่องเทคโนโลยี ก็ต้องกลับมาคิดด้วยว่า บริษัทของเราจะใช้ AI เข้ามาทำงานในส่วนไหน หา Pain ให้เจอ อย่าทำอะไรที่เป็นตามกระแสเหมือนสมัยตอน Design Thinking หาให้เจอก่อนว่าบริษัทต้องการใช้ AI เข้ามาช่วย Pain อะไร มีเงินแล้วต้องใช้เงินให้เป็นด้วย ไม่ใช่อะไร ๆ ก็ซื้อ เรื่องนี้ความชัดเจนขององค์กรคุณสำคัญมาก รวมไปถึงกลับมาดูคนทำงานของเราด้วย วิเคราะห์ให้ได้ว่าเขาจะไปไกลได้แค่ไหน เมื่อรู้แล้วจะได้เตรียมตัวถูก ว่าคนทำงานเราพร้อมแค่ไหน ให้เขามี Capability ในการไปต่อยอดโดยไม่เป็นภาระขององค์กร
5. อย่าบังคับให้คนเรียนรู้! แต่จงทำให้เขาหิวในการเรียนรู้
คำถามสำคัญอีกเรื่องในวันนี้ขององค์กรคือ “เราจะพัฒนาคนให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร” เรื่องของการเรียนรู้นั้นเปรียบเทียบให้เห็นชัดมันเหมือนกับ การไปบอกคนที่ไม่หิวแล้วบังคับให้เขากิน มันจะยากมาก ซึ่งมันไม่ต่างจากบังคับคนทำงานให้เรียนรู้ แต่เขาไม่อยากเรียนรู้ เหตุผลนึงของทางคุณเจี๊ยบที่ได้ทำ AIS Academy โดยเริ่มดีไซน์ Capability ของคนทำงานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การเปลี่ยนผู้บริหาร เปลี่ยนระบบการดีไซน์ เปลี่ยนเทคโนโลยี รวมไปถึงการ Personalize ของคนทำงาน
คีย์สำคัญของผู้บริหารยุคนี้คือ “จงพูดเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย” นี่คือคุณสมบัติหลักถ้าคุณสื่อสารเป็น โอกาสที่ผู้ตามจะเชื่อ หรืออยากเรียนรู้ก็จะต่างอย่างมากกับผู้นำที่สื่อสารไม่เป็น ซึ่งมันเริ่มต้นง่าย ๆ จากการรู้จักคนในทีมคุณก่อน อธิบายให้ได้ว่าทำไมเขาต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ทำยังไงให้เขาปรับตัวได้ เพราะหัวใจสำคัญของคนที่อยากเรียนรู้ คือการที่ทุกคนมีเป้าหมายร่วมกัน แล้วมันจะเกิดความยุติธรรม ไม่มีใครอยากฝากอนาคตไว้ในมือใครสักคน เมื่อองค์กรอยากได้คนเก่ง เขาต้องซัพพอร์ต 50% รวมไปถึงคนทำงานที่อยากเรียนรู้ก็ต้องพร้อม โดยไม่ต้องรอหัวหน้าให้โอกาสอีก 50% ถ้าองค์กรไหนหัวหน้าไม่ให้โอกาส คุณต้องคิดแล้วว่าองค์กรนั้นเหมาะสมกับคุณจริง ๆ แล้วใช่หรือไม่
องค์กรต้องทำให้ข้อตกลงชัดเจนมากขึ้น ในวันนี้ Turnover เป็นเรื่องนึงที่ควรคิด การที่บริษัทไม่มีอัตราการลาออกเลย นั่นหมายความว่าเราอาจเก็บคนที่ไม่เจริญไว้ก็ได้ ดังนั้นการตีความอัตราการลาออกต้องมองทั้งสองมุม
เวลาเลือกหัวหน้างานต้องเก่งคน หากเขาไม่เก่งคน เขาจะ toxic เพราะหน้าที่เขาคือการเก่งคน ไม่ใช่เก่งแค่งาน เพราะฉะนั้นการจะเอาคนใหม่เข้ามา ต้องถามว่าเขาเก่งอะไร และแมทกับอะไรในองค์กรเราตอนนี้ อย่ารับเพราะขาดคน แต่ต้องรับคนที่มี Capability ที่ตอบโจทย์องค์กรจริง ๆ
การจะโปรโมทใคร ต้องคาดหวังในอนาคตด้วย มันไม่ใช่แค่มองความสำเร็จในอดีตเพียงอย่างเดียว สิ่งนี้สำคัญ อย่าเสียโอกาสนี้ไปเด็ดขาด
6. วันนี้ AI อาจไม่ได้น่ากลัวที่สุดสำหรับคนทำงาน แต่ ‘การใช้คนผิดบทบาท และไม่พร้อมเรียนรู้ ปรับตัวให้เข้ากับบริบท’ ต่างหากที่น่ากลัวที่สุด
โดยบทสรุปนี้ต้องยอมรับว่าในวันที่โลกพูดถึง AI และกำลังขยับเข้าใกล้ AGI หลายองค์กรยังคงใช้คนไปกับงานเดิม ๆ ในขณะที่งานที่ควรใช้ความคิด, การตัดสินใจ และการนำทีม กลับยังไม่ถูกยกระดับอย่างจริงจัง โจทย์ขององค์กรยุคนี้จึงไม่ใช่แค่ซื้อเทคโนโลยีให้เร็ว แต่ต้องตอบให้ได้ว่า จะใช้ AI แก้ Pain อะไร
จะออกแบบทีมแบบไหน และจะพัฒนาคนให้โตไปพร้อมกับเทคโนโลยีได้อย่างไร
เพราะผู้นำในวันนี้ ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง แต่ต้องรู้ว่าองค์กรกำลังขาดอะไร ทีมต้องการทักษะอะไร และทำอย่างไรให้คนอยากเรียนรู้ ไม่ใช่แค่ถูกบังคับให้เรียน เพราะอีกไม่นาน บางบทบาทอาจถูกเขย่าหนักขึ้น โดยเฉพาะคนกลาง ๆ แต่คนที่ยังมีโอกาสไปต่อคือคนที่ใช้ AI เป็น, รู้วิธีการ Prompt เพื่อให้งานเดินหน้าได้เร็วขึ้น
สุดท้ายแล้ว AI อาจไม่ได้แทนคนทั้งหมด แต่มันจะเข้ามาแทนคนที่หยุดพัฒนา และทิ้งไว้แค่คนที่รู้ว่าอนาคตของการทำงาน ไม่ใช่คน vs AI แต่คือคนที่ใช้ AI เป็น จะไปได้ไกลกว่าคนที่ไม่ยอมเปลี่ยน
โดยล่าสุด AIS Academy X BOI STEM++ เปิดโอกาสให้ทุกคนพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล ผ่าน 9 หลักสูตรที่ครอบคลุมตั้งแต่ AI & Automation, Cloud และ Cybersecurity ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่ ทั้งยังได้รับการออกแบบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรระดับสากล เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้จริงในโลกการทำงานได้อย่างมั่นใจ
ทุกหลักสูตรเปิดในรูปแบบ ออนไลน์ เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมระบบ เรียนจบแล้ว จะได้รับรองทักษะหลังจบหลักสูตรในรูปแบบ Digital Badge
สามารถสมัครได้ถึงวันที่ 17 เม.ย.นี้! ที่ https://m.ais.co.th/2WHDDoACQ
Session: People x Technology with Challenges on HR Practices ถอดสมการคนทำงานและเทคโนโลยี
โดย คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม Deputy CEO/CCO - AI
สำหรับใครที่อยากรับฟังแบบจัดเต็มทุก Session สามารถรับชมย้อนหลัง ในรูปแบบออนไลน์ทุกเซสชัน ได้ตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. - 31 ต.ค. 2026

หรือถ้าใครยังไม่มีบัตร สามารถซื้อบัตรดูย้อนหลังได้ที่ Zipevent



