ไหนใครมั่นใจว่าใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้แบบเต็มที่แล้ววันนี้ ยกมือขึ้น!
ในวันนี้ แทบไม่มีองค์กรในไทยองค์กรไหนเลย ที่ไม่ใช้ AI ในการทำงาน ทุกองค์กรอยากได้งานที่ดี อยากได้งานดี อยากได้งานเร็ว อยากได้งานที่มีประสิทธิภาพ แต่คำถามก็คือ.. แล้ววันนี้คนทำงานไทยใช้ AI ปลดล็อกศักยภาพได้จริงยัง? แล้วถ้ายัง องค์กรในวันนี้ต้องมีวิธีจัดการบทบาทหน้าที่ และทักษะที่จำเป็นของพนักงานยังไง เพื่อให้คนทำงานในวันนี้ใช้ AI ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีทิศทางมากยิ่งขึ้น
บทความนี้เราจะพามาถอดรหัส Insight คนทำงานพร้อมแนวทางปรับตัวครึ่งปีหลัง 2026 โดย Robert Walters Thailand
1. องค์กรเริ่มใช้ AI จนคนทำงานเริ่มไม่มั่นใจในทักษะตัวเอง
ในวันนี้องค์กรหลาย ๆ ที่เน้นย้ำให้คนทำงานเริ่มเข้าใจแล้วว่า AI เป็นแค่เครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และสนับสนุนการทำงาน ไม่ใช่เข้ามาแทนที่คน และการตัดสินใจของคน
แต่คนทำงานก็ยังมีความกังวลอยู่ดี เพราะประเทศไทยติด Top 4 ของตลาดเอเชีย ที่ใช้ AI ในการทำงาน มีพนักงานจากผลสำรวจถึง 94% ที่ใช้ AI ในการทำงาน แต่ที่น่าสนใจก็คือ มีแค่ 57% เท่านั้นที่มั่นใจว่าการใช้งาน AI ของตัวเองนั้นใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
จากผลสำรวจของ Robert Walters Thailand ชี้ว่า พนักงานไทยเอา AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานประจำวันมากขึ้น ผ่าน 3 งานนี้
งานที่ 1: งานค้นคว้า และรวบรวมข้อมูล เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลสำคัญได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดเวลา (53%)
งานที่ 2: งานด้านการสื่อสาร เพื่อให้การพูดคุยราบรื่น และมีประสิทธิภาพมากที่สุด (44%)
งานที่ 3: งานวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมสร้างข้อมูลเชิงลึก เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่ดีขึ้น ด้วยแหล่งข้อมูลที่ครบมือ (43%)
คุณปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา (ผู้จัดการ Robert Walters Thailand) กล่าวว่า
“ปฏิสัมพันธ์ และความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ยังคงมีความสำคัญที่สุด และ AI ไม่เข้ามาแทนที่ตำแหน่งงาน แต่พนักงานเอง ก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว อยู่ร่วมกับ AI และเอา AI มาใช้เพื่อพัฒนา และเติบโตต่อไป”
ถึงการใช้ AI จะช่วยให้งานเร็วขึ้น ประหยัดเวลา และมีข้อมูลที่ครบถ้วน แต่ก็มีพนักงานบางส่วนที่ยังกังวล เกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับการทำงานร่วมกับ AI ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 เรื่อง ดังนี้
เรื่องที่ 1: ความรับผิดชอบที่ต้องแบกรับ หลังตัดสินใจใช้แหล่งข้อมูลที่อ้างอิงจาก AI เพราะจะเกิดคำถามว่า ใครควรรับผิดชอบเมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น (46%)
เรื่องที่ 2: ความกังวลว่าทักษะของตัวเองจะตามเทคโนโลยีไม่ทัน เพราะความรวดเร็ว และจำนวนที่เพิ่มขึ้นของระบบ (43%)
เรื่องที่ 3: ความกังวลในการเอาข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด หรือการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อข้อมูลสำคัญในองค์กรได้ (43%)
ทั้ง 3 เรื่องนี้ ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่องค์กรต้องมีแนวทางที่ชัดเจน กรอบการจัดการที่แข็งแรง และการพัฒนาทักษะของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเอา AI มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีกฎคอยควบคุม หรือรับผิดชอบ
2. สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าใช้ AI เยอะแค่ไหน แต่คือใช้ AI สร้างโอกาสได้ยังไง
อย่างที่บอกไปว่าองค์กรไทยใช้ AI ในการทำงานเป็นอันดับต้น ๆ ของเอเชีย แต่คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าคนทำงานใช้ AI เยอะหรือไม่ แต่คือคนทำงานใช้ AI ทำอะไรมากกว่า
เพราะถ้าคนทำงานใช้ AI ถูกที่ ถูกงาน ก็จะช่วยสร้างโอกาสในการเติบโตทางสายงานได้ด้วยเช่นกัน เพราะจาก Robert Walters Thailand ชี้ว่า 93% ของพนักงานบอกว่ากำลังใช้งาน AI อย่างจริงจัง และมีถึง 75% เชื่อว่า AI จะส่งผลดีต่อโอกาสในอาชีพที่ทำอยู่
ในปี 2026 นี้ AI เข้ามาเปลี่ยนบทบาทหน้าที่การทำงานแบบเดิมมากยิ่งขึ้น ซึ่ง 3 อันดับแรกที่ AI เข้ามาเปลี่ยนบทบาทมากที่สุด คือ
- 43% เป็นงานธุรการ และสนับสนุนธุรกิจ
- 35% เป็นงานไอที และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล
- 32% เป็นงานบัญชี และการเงิน
นอกจากนี้ AI ยังผลักดันให้เกิดตำแหน่งงานใหม่ ๆ ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วอีกด้วย! ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่ต้องใช้ทักษะ และความรู้ทางเทคนิค และทางธุรกิจ (เช่น AI Product Manager), ตำแหน่งงานด้านข้อมูล การวิเคราะห์เชิงลึก และการเปลี่ยนผ่านองค์กร เพื่อให้ผลการวิเคราะห์สามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง (เช่น Data Analyst) และตำแหน่งงานด้านการกำกับดูแล จริยธรรม และความน่าเชื่อถือ (เช่น AI Governance หรือ Risk Manager) ซึ่งชี้ให้เห็นว่านอกจาก AI จะไม่ได้มาแทนที่คนแล้ว AI ยังปรับเปลี่ยนบทบาทงาน และสร้างตำแหน่งงานใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นด้วย
3. หมดยุคเป็นแค่คนใช้ AI เพราะทักษะยุคใหม่ คือการตรวจสอบ และตัดสินใจ
เมื่อลักษณะงานเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ สิ่งสำคัญของคนทำงานไทยในวันนี้ อาจไม่ใช่แค่การใช้ AI ในการทำงาน แต่คือการผันตัวมาเป็นคนตรวจสอบ และตัดสินใจ จากผลงานที่ AI ทำมาให้ เพื่อเอาศักยภาพที่มีไปใช้กับงานที่จำเป็นจริง ๆ
ดังนั้น การพัฒนาทักษะใหม่ (reskilling) จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่องค์กรต้องให้ความสำคัญมากขึ้นสำหรับพนักงานในปีนี้ เพราะยิ่งพนักงานมีความกลัวว่าตัวเองจะตามเทคโนโลยีไม่ทัน หรือปรับตัวได้ช้า ก็มีแนวโน้มว่าองค์กรต้องรีบเข้ามาดูแล และให้ความสำคัญตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้คนทำงานหมดไฟไปก่อน
ซึ่ง Robert Walters Thailand ชี้ว่า 4 ทักษะสำคัญที่พนักงานควรมีในปี 2026 นี้มากที่สุด คือ
- การวิเคราะห์ข้อมูล
- การคิดวิเคราะห์
- การตรวจสอบ
- ความสามารถในการปรับตัว
เพื่อให้คนทำงานสามารถตัดสินใจ และตรวจสอบการทำงานของ AI ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จำเป็นที่จะต้องมี 4 ทักษะนี้ในปี 2026
คุณปุณยนุช กล่าวปิดท้ายว่า
“AI กำลังเปลี่ยนวิธีการทำงานของเรา โดยเข้ามาทำงานที่ทำซ้ำ ๆ แทนคน และช่วยให้พนักงานสามารถรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ และใช้วิจารณญาณมากขึ้น เมื่อมี AI เข้ามาช่วย พนักงานจึงต้องตรวจสอบผลลัพธ์อย่างละเอียด เพิ่มบริบท บริหารความคาดหวัง และให้คำแนะนำทางธุรกิจเพื่อการตัดสินใจที่ชาญฉลาด และตรงเป้าหมายมากที่สุด”