ความเหนื่อย หายในไม่กี่วัน แต่ความเสียดายที่ไม่ได้ทำ อาจอยู่ตลอดไป ถอดบทเรียนการทำธุรกิจกว่า 25 ปี จากคุณเก่ง ผู้จัดงาน CTC2026

Last updated on มิ.ย. 24, 2026

Posted on มิ.ย. 20, 2026

“Accidentally CEO” เซสชันเดี่ยวครั้งแรกของ คุณสิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO and Founder at RGB72 and CREATIVE TALK ในงาน CTC2026

ย้อนกลับไปในปี 2000 ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท RGB72 จนถึงวันนี้ คุณเก่ง - สิทธิพงศ์เป็น CEO มาแล้ว 9,375 วัน นั่นหมายความว่าเซสชันวันนี้ คือการรวบรวมประสบการณ์กว่า 9,000 กว่าวัน เพื่อส่งต่อประสบการณ์ชีวิต การทำธุรกิจ ให้คนอ่านทุกคนได้ฟัง

บทความนี้ CREATIVE TALK พามาสรุป 3 ช่วงเวลาสำคัญของคุณเก่ง สิทธิพงศ์ ที่เล่าผ่าน ‘ความบังเอิญ’ จนได้บทเรียนต่าง ๆ ที่อยากนำมาแชร์ต่อเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อคนทำงาน และคนทำธุรกิจทุกคน 

Part 1: Accidentally discovery บังเอิญเจอ 

ตอนเด็ก ๆ คุณเก่งเล่าว่า ตัวเองเป็นคนขี้เกียจ เรียนก็ไม่ดี การบ้านก็ไม่ทำส่ง ขี้เกียจอ่านหนังสือ เรียนอิเล็กโทนก็จำโน้ตไม่ได้ จน ‘บังเอิญ’ ได้เจอว่าตัวเองชอบวาดรูป เลยไปปรึกษาพี่สาว ว่าเรียนไม่รู้เรื่อง ชีวิตการเรียนมันห่วย พี่สาวบอกว่า “มี 2 ทางเลือก คือ ไปเรียนช่างกล กับไปเรียนบัญชี จบมามีงานทำแน่นอน” แต่เท่าที่ดูทั้งสองทางไม่รอด จนกระทั่งได้เจอว่า เป็นคนชอบวาดรูป โดยพี่สาวอีกคนที่อยู่อเมริกาบอกว่า เจ้าสิ่งที่เก่งชอบมันมีชื่อว่า Graphic Design และนั่นคือก้าวแรกของเก่ง จนทำให้ได้เรียน และชีวิตพลิกจากคนขี้เกียจ กลายเป็นคนที่ได้ A ทุกตัว

🎯 บทเรียนที่ 1: พัฒนาจากสิ่งที่เราถนัด ถ้าเราพัฒนาจากสิ่งที่เราไม่ถนัดมันยาก ถ้าเราเจอว่าอะไรคือสิ่งที่เราถนัด และเราก็จะพัฒนาไปได้ไกล เวลานั้นเลยรู้ว่า เป็นคนชอบคิด มีไอเดียเยอะ แต่ปัญหาคือทำไม่ได้เลย ถ้าเราทำไม่ได้ การไปหาคนที่ชอบหรือความถนัดนั้นมาทำคือตัวเลือกที่ดี จึงเป็นที่มาของ MD บริษัทคนปัจจุบัน ‘คุณโจ้ ฉวีวรรณ คงโชคสมัย’ ที่เป็นสายชอบทำ เมื่อคนชอบคิดและคนชอบทำมาทำงานร่วมกัน งานจึงสามารถเดินหน้าต่อไปได้จริง

🤔 แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเราชอบอะไร?

เรื่องนี้ไม่ยาก! แต่คุณต้องกล้า! เจออะไรก็ต้องลอง คุณเก่งเคยพลาดโอกาสขึ้น End Credit ซึ่งเป็นหนึ่งในความใฝ่ฝันที่อยากให้เกิดขึ้น โดยหนังเรื่องนั้นมีชื่อว่า Jerry Maguire แต่การตัดสินใจครั้งนั้นคุณเก่งกลับเลือกที่จะไม่ไป โดยข้ออ้างมากมาย ก็เลยพลาดโอกาส 

🎯 บทเรียนที่ 2: ถ้าเราอยากรู้ว่าเราถนัดอะไร เราต้องลองทุกเรื่อง อย่าเพึ่งคิดว่าข้าวไข่เจียวคืออาหารที่อร่อยที่สุด ถ้ายังไม่เคยลองกินเมนูอื่น เพราะมันก็อาจจะมีรสชาติอร่อยไม่แพ้กันเลยก็ได้

บทเรียนนี้คุณเก่งเคยได้ในสมัยที่ทำงานกับบริษัทที่อยากทำงานด้วย นั่นคือ Bakery ที่ติดต่อมาหาคุณเก่ง ซึ่งก็อยากทำกับเขามาก ๆ ทั้งรู้สึกกดดันที่ได้ทำงานกับบริษัทที่อยากทำ กดดันไปกดดันมา จนสุดท้ายทำหน้าปกออกไป หน้าปกนั้นคือ อัลบั้ม Bakery Love มันเป็นบทเรียนที่ให้รู้ว่า เราต้องตั้งใจให้ดีกว่านี้ 

🎯 บทเรียนที่ 3: เวลาซื้อได้ คนอเมริกาไม่สนใจว่าเราราคาถูกหรือแพง แต่เรามีคุณภาพเท่าไหร่ แพงได้ แต่ต้องดี คุณเก่งได้รับค่าจ้างออกแบบ ชั่วโมงละ 120$ (ประมาณ 5000/ชั่วโมง ใน 1 วัน)  

🎯 บทเรียนที่ 4 : Ride the wave เทรนด์มาเรื่อย ๆ ถามว่าถ้าเราเกาะเวฟนั้นได้ มันคือโอกาส โลกนี้มันมีของใหม่มาตลอด และทุกครั้งที่มีของใหม่ คุณสามารถเป็นคนที่เกาะคลื่นนั้นได้เหมือนกัน 

คุณเก่งเคยได้ไปทำงานกับ มาร์ธา สจ๊วด (Martha Stewart) ทำงานอยู่ซักพักก็ได้รับโจทย์ ให้ออกแบบเว็บ E-commerce ขายดอกไม้ โดยผู้หญิงซื้อผ่านทางออนไลน์ ซึ่งจะต้องทำกราฟิก และทำเว็บไซต์สำหรับขายดอกไม้ คุณเก่งเลยเลือกทำเว็บสีชมพู ช่วงที่เริ่มพรีเซนต์กับมาร์ทา คอมเมนต์ที่ได้กลับมาคือ “ดูดี แต่ทำไมต้องชมพูนี้ ?” คุณเก่งอึ้ง ตอบไม่ได้…. เพราะชมพูมีหลายเฉด มันเป็นคำถามที่แย่มาก ๆ ที่เราตอบไม่ได้ เลยไปนั่ง Research และใช้เวลาอยู่กับสีชมพู จนรู้แล้วว่าใช้ชมพูไหน

2 อาทิตย์ถัดมาคุณเก่งมั่นใจมากว่าจะใช้ชมพูนี้ พร้อมหาเหตุผลจากการที่ไป Research มาอย่างมั่นใจ และก็เริ่มพรีเซนต์อีกรอบ สิ่งที่ มาร์ทา สจ๊วด แสดงให้เห็นต่อจากนั้นเพียงตอบสั้น ๆ ว่า “โอเค” คุณเก่งก็ได้แต่คิดว่า โอเคคือ? ไม่ถามต่อหรอ  

🎯 บทเรียนที่ 5: Trust the Professional การควบคุมคือเรื่องของมือสมัครเล่น แต่การ ‘ปล่อยให้มืออาชีพนำทาง’ คือการใช้วิสัยทัศน์ของผู้นำ คุณเก่งเชื่อว่า การที่เราต้อง Professional คือวิสัยทัศน์ของ CEO ไม่งั้นจะจ้างมาทำไม 


Part 2: Accidentally CEO บังเอิญเป็น CEO

มีช่วงที่กลับมาเมืองไทย ทำงานไปรับ Freelance แต่มีโปรเจกต์ที่จะมาจ้าง และรู้สึกอยากทำโปรเจกต์นี้มาก เลยไปเสนองานให้เขา และบริษัทนี้ถามว่า “ตามนโยบาย บริษัทเราไม่สามารถจ้างฟรีแลนซ์ได้ ต้องจ้างบริษัทเท่านั้น คุณเก่งมีบริษัทไหมคะ?” คุณเก่งเลยสวนไปว่า “มีครับ” แต่จริง ๆ ยังไม่มี

สิ่งแรกที่ทำคือคิดชื่อบริษัท คิด 3 วันได้ชื่อ และไปจดบริษัทเลย ตอนนั้นต้องมีป้ายออฟฟิศ จนได้ชื่อ บริษัท อาร์จีบีเซเว่นตี้ทู จำกัด ซึ่งคุณเก่งแปะไว้ที่ประตูห้องนอน เลยจดได้ 

อีกเรื่องคือเรื่องเอกสารสัญญา ถามอีกว่า “คุณเก่งมีเอกสารไหมคะ?” คุณเก่งตอบอีก “มีครับ” แต่จริง ๆ ยังไม่มี! เลยโทรไปยืมสัญญาจากบริษัทเพื่อน และส่งให้ลูกค้า แต่..ลูกค้าดันโทรกลับมาและบอกคุณเก่งว่า สัญญามันมีคำว่า ‘เจ้าบ้าน’ กับ ‘ลูกบ้าน’ มันคืออะไร ? คือเพื่อนขโมยเอกสารเช่าบ้าน ซึ่งบริษัทนั้นที่ทำสัญญาให้คือ ‘SIAM Discovery’ ความโชคดีในวันนั้นคือคุณเก่งได้ขอโทษอย่างจริงใจ และจัดการให้ทุกอย่างถูกต้องในที่สุด

🎯 บทเรียนที่ 6: กำแพงไม่ได้สร้างมาเพื่อหยุดเรา แต่สร้างมาเพื่อให้เราพิสูจน์ว่า ‘เราต้องการสิ่งที่อยู่เบื้องหลังมัน’ มากแค่ไหน 

🎯 บทเรียนที่ 7: เสริมอีกเรื่องที่เป็นประสบการณ์สำคัญคือ Face to Fear เผชิญหน้าความกลัว เพราะคุณเก่งเคยโดนฟ้องจากบริษัทรูปภาพ ฟ้องด้วยเงินค่าปรับ 800,000 บาท คุณเก่งจึงต้องไปปรึกษาเพื่อนมีอยู่ 3 วิธีที่จะรอด 1. ชิ่งเลย / 2. เจรจา / 3. ปิดบริษัท ซึ่งสุดท้ายเลยเลือกเจรจา โทรไปหาบริษัทที่สิงคโปร์ บังเอิญเจอคนไทยและกล้าที่จะต่อรองเจรจาจนถึงที่สุด จาก 800,000 เหลือ 400,000 และลงมาสุดจนเหลือ 80,000 ก็เลยยอมจ่ายในที่สุด แม้จะต้องผ่อน 0% 4 เดือนในการจ่ายครั้งนี้ก็ตาม แต่การรับผิดชอบต่อความผิดพลาดในฐานะ CEO คือเรื่องสำคัญ


Part 3: Accidentally Change Business บังเอิญเปลี่ยนธุรกิจ 

บังเอิญมาทำอีเวนต์ จากความคิดว่าแค่อยากทำ เลยได้ไปปรึกษาพี่คนหนึ่ง คำแนะนำนั้นทรงพลังอย่างมากสำหรับคุณเก่ง เป็นคำพูดสั้น ๆ แต่แฝงไปด้วยความหวังดีว่า “อยากทำไรทำเลย” นั่นจึงเป็นที่มาของการจัดงาน CTC เพื่อจะแชร์ความรู้ เป็นงานที่จัดมา 16 ครั้ง (แม้จะขาดทุนไปแล้ว 12 ครั้งก็ตาม)

🎯 บทเรียนที่ 8: อยากทำอะไรทำเลย การไม่ทันก็นับเป็นการทิ้งโอกาส เหมือนตอนที่คุณเก่งจะได้เล่นหนังและมี End Credit เป็นของตัวเองแต่ก็เลือกที่จะไม่ทำและทิ้งโอกาสไปนั่นเอง

🎯 บทเรียนที่ 9: Passion is not enough ขยันทำงานไม่พอ แต่ต้องขยันทำเงินด้วย คนเก่งจริงต้อง never do it for free แต่ต้อง do it for business เพราะ business จะทำให้ passion มัน continue ต่อยอด 

🎯 บทเรียนที่ 10: Never regret ทำให้เหมือนไม่มีครั้งต่อไป ทำทุกอย่างให้แบบไม่ต้องมาพูดว่าเสียดาย ความเหนื่อยหายได้ในไม่กี่วัน แต่ความเสียดายที่ไม่ได้ทำ อาจอยู่ตลอดไป 

ถึงทั้งหมดจะใช้คำว่า ‘บังเอิญ’ แต่หากเราลองมองดี ๆ ทุกความบังเอิญที่เข้ามาคือโอกาส ซึ่งโอกาสมันมาอยู่เสมอ มันสำคัญว่าคุณจะคว้ามันได้หรือเปล่า

สุดท้ายนี้ คุณสิทธิพงศ์กล่าวทิ้งท้ายว่า “ชีวิตที่ดี คือชีวิตที่มีตัวเลือก ชีวิตที่ไม่ดีคือชีวิตที่เราเป็นตัวเลือก”  เราจะมีตัวเลือกเยอะได้ ต้องความรู้, ทักษะ และการปรับตัวเป็นส่วนหนึ่ง


💡
“ถึง CEO เป็นอาชีพที่โดดเดี่ยว และแบกความหวังขั้นสุด แต่สนุกมาก ผมอยากบอกประโยคหนึ่งกับทุกคนว่า….. ขอบคุณครับ”
trending trending sports recipe

Share on

Tags