เจาะ Insight กับแบรนด์ Emie และ ไม่อร่อยให้ต่อย ในงาน iCreator Conference 2025

เคล็ดไม่ลับฉบับครีเอเตอร์ ในการทำ Content ยุคนี้ ไม่ใช่แค่สร้างการรับรู้ แต่ต้องสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นจริง ในงาน iCreator Conference 2025

Last updated on พ.ย. 26, 2025

Posted on พ.ย. 26, 2025

เคล็ดไม่ลับฉบับครีเอเตอร์ ในการทำ Content ยุคนี้ ไม่ใช่แค่สร้างการรับรู้ แต่ต้องสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นจริง ในงาน iCreator Conference 2025 กับ Session Creator Business Guide เปลี่ยนแบรนด์สู่วิธีคิดแบบครีเอเตอร์ ในยุค Content-first 

🎯 คุณมะเหมี่ยว (แบรนด์ emie) เริ่มต้นในการทำ ‘Cake ที่กินได้’ สู่การสร้าง ‘Content ที่เนรมิตของทุกชิ้นให้กินได้’ โดยการเริ่มทำในการสร้าง identity หรือตัวตนที่ไม่เหมือนใครขึ้นมา จากการลองเริ่มทำ จับจุดไปทีละนิด 

🎯 คุณโดม (แบรนด์ไม่อร่อยให้ต่อย) มองว่า ‘มุขตลกไทยคือของดีของคนไทย’ การเริ่มทำแบรนด์ ไม่อร่อยให้ต่อย ก็เกิดจากสิ่งนี้ ในการสร้าง Brand identity รวมถึงการคิดออกแบบคอนเทนต์ให้ไปในทิศทางเดียวกัน 

🎯 คุณมะเหมี่ยว (แบรนด์ emie) มองว่า การจินตนาการสำคัญ ถ้าเรามีความตั้งใจอยากส่งมอบอะไรดี ๆ ให้กับคนอื่นเสมือนการได้รับของที่ดีที่สุด มันจึงเกิดโปรดักส์ชิ้นสำคัญของ emie ของคุณมะเหมี่ยว ในการคิดว่าถ้าเรากิน “ช็อกโกแลตที่แฮปปี้” กินแล้วไม่รู้สึกผิด ก็เลยออกมาเป็นสินค้าอย่าง Sugar Free Dubai Chocolate ช็อกโกแลตที่ไม่หวานมาก แต่กินแล้วแฮปปี้จริง ๆ 

🎯 ในด้านความถี่ในการทำคอนเทนต์ก็สำคัญ ทั้งคุณมะเหมี่ยว และคุณโดม มองว่า 1 อาทิตย์ ลง 2-3 ตัว หรือลงเพื่อให้ไม่ให้เราหายไป สำคัญมาก การทำให้คนอยากติดตาม ให้รู้ว่าเข้ามาดูเราจะได้อะไร จะเจออะไร เป็นเรื่องที่ครีเอเตอร์เริ่มต้นต้องทำให้สม่ำเสมอ และยังคงคุณภาพของเนื้อหาด้วย

🎯 ’ความจริงใจในสิ่งที่ทำ’ คือเรื่องสำคัญที่สุด นี่คือจุดที่คุณมะเหมี่ยวตั้งใจ เราว้าวตั้งแต่ Process แล้ว ไม่ใช่ว่าออกมาเป็นเค้กแล้วจะว้าว แต่มันรู้สึกตื่นเต้นตั้งแต่เริ่มทำ พอเราสัมผัสได้ คนดูก็จะเริ่มตื่นเต้นไปกับเราได้ ถ้าเราทำมันถึง และจริงใจกับสิ่งที่ทำ

🎯 คุณโดม (แบรนด์ไม่อร่อยให้ต่อย) มองว่าคอนเทนต์ที่น่าสนใจ มีองค์ประกอบ 3 ข้อ คือ Who (ใครเป็นคนพูด), What (เขาพูดเรื่องอะไร), How (เขาพูดอย่างไร สื่อสารอย่างไร เลือกใช้เทคนิคอย่างไร) ถ้าคอนเทนต์ที่ดีต้องมีสัก 1 ข้อที่มันดีเยี่ยม 

🎯 คุณโดม (แบรนด์ไม่อร่อยให้ต่อย) สื่อสารถึงเวลาเราเดินไปพิพิธภัณฑ์งานศิลปะ ภาพที่ใหญ่ที่สุด มักจะเป็นจุดสังเกตให้คนเดินเข้ามาดู คอนเทนต์ก็เช่นกัน ถ้ามันมีประเด็นที่น่าสนใจ มีการเล่าเรื่องที่เหมาะสม มันจะเกิดอิมแพคได้จริง

🎯 คุณโดม (แบรนด์ไม่อร่อยให้ต่อย) มองว่า หลาย ๆ คลิปเราเคยแป๊ก ไม่ได้แล้วปังทุกตัว แต่ Mindset สำคัญในการคิดต่อว่า ถ้าเราแป้ก เราต้องได้อะไรกับเขาในคลิปนั้น และในทุก ๆ ครั้งก็ปรับปรุงเสมอ อย่ายอมแพ้ แต่จงคิดไว้เสมอว่า เราตั้งใจจริงกับมันแค่ไหน แล้วเราอยากให้คนดูได้อะไร

🎯 เค้กทุกชิ้นที่เห็นในคลิปของ คุณมะเหมี่ยว (แบรนด์ emie) “ไม่มีน้ำตาลเลย” สิ่งที่ยากกว่ากระบวนการทำงาน  คือการทำให้ไม่มีน้ำตาล ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้คุณมะเหมี่ยวใส่ใจ เสมือนแบรนด์ emie ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิด ดังนั้นรายละเอียดความใส่ใจ ก็เป็นส่วนสำคัญมาก 

🎯 ทางฝั่งคุณโดม (แบรนด์ไม่อร่อยให้ต่อย) ในยุคที่เคยให้น้องไปเข็นขายของ ตอนนั้นมีคนเดียว แล้วชื่อแบรนด์คือไม่อร่อยให้ต่อย น้องคนนั้นบอกกลัวนะ ครั้งแรกที่ออกไปขาย แต่การใจดีสู้เสือในวันนั้น มันเกิดจากคุณโดม และน้อง ก็ไปด้วยกันเสมอ ในวันแรกที่ไปขายเจอผู้ชายที่ดูน่ากลัวมาเป็นแก๊ง แต่สิ่งที่น้องคนนี้ขายของคือ ‘ไม่อร่อยให้ต่อย’ ย้ำคีย์นี้เสมอ กลายเป็นว่า ลูกค้ามีความโดนใจ เขาไม่ได้ต่อยจริง ๆ แต่เขาเห็นถึงความจี้เส้น เห็นถึงความตั้งใจของน้องคนนั้น กลายเป็นว่าแบรนด์เกิดการยอมรับขึ้นมาตั้งแต่วันนั้น

🎯 คุณโดม เน้นย้ำว่า บางครั้งเราต้องเข้าใจ ‘จุดยืนของแบรนด์’ ในวันที่คุณเป็นทั้งเจ้าของธุรกิจ และเป็นครีเอเตอร์ด้วย ไม่ใช่ทุกเทรนด์ที่จะเข้าไปทั้งหมด แต่กลับมาดูว่า จุดยืนจริง ๆ ของเราเหมาะกับเทรนด์นั้น ๆ หรือไม่ ถ้าเราเป็น Trend Center ไม่ได้ เราต้องเป็นคนที่วิเคราะห์ได้ ตัดสินใจได้ เพื่อความเหมาะสม และไปให้ถูกทางในการทำคอนเทนต์ 

🎯 ความท้าทายของคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจ และเป็นครีเอเตอร์ด้วย มากกว่าทำให้คนสนใจ แต่จะทำยังไงให้เขา ‘ซื้อสินค้า หรือ บริการของเราด้วย’ หนึ่งในเทคนิคที่คุณมะเหมี่ยว ทำเสมอคือ เราไม่ได้ไปตั้งบูธขายของ แต่ไปสร้างประสบการณ์ตามงาน Events ให้คนรู้สึกถึงความแปลกใหม่ ซึ่งการสร้างสิ่งใหม่นี้ทำให้แบรนด์เห็น ทำให้ลูกค้าเห็น จนเกิดความว้าว และอยากซื้อสินค้าของแบรนด์ ซึ่งเป็นอีกจุดที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์นำทาง และความใส่ใจที่สดใหม่เสิร์ฟได้ตลอดเวลา

🎯 ในวันที่เราเป็น Creator ถ้าอยากขยับไปทำแบรนด์ คุณโดม เชื่อเสมอว่า “เราต้องรู้จักตัวเองก่อน” และไปให้ถึงเรื่องของ เราเชื่ออะไร และอยากสื่อสารอะไร เมื่อคุณค้นพบจุดนี้ ค่อยไปค้นหาตลาดในการทำธุรกิจ

ยกตัวอย่างเช่น เราเป็นคนเชื่อในเรื่องความละเอียดอ่อน และอยากขายขนม เราก็ต้องเอาความละเอียดอ่อน + ร้านขนม มาสร้างสรรค์ให้เกิดสิ่งใหม่ แต่ต้องไม่ลืมความละเอียดอ่อนที่อยากนำเสนอ แล้วหลอมรวมความเป็นเรา กับธุรกิจของเราให้ได้

🎯 ในมุมของคุณมะเหมี่ยวมองว่า “ท้ายที่สุดเราต้องจริงใจในการสื่อสาร” ความ Real ที่หลายคนพูดกันมันเกิดจากความจริงใจทั้งนั้น ซึ่งเรื่องนี้สื่อสารไปถึงการอธิบายความเป็น Branding ของเรา ไม่ต้องรีบถ้าวันนี้แบรนด์ยังไม่ปัง หรือช่องยังไม่มีคนดู แต่อาศัยความสม่ำเสมอ อาศัยความจริงใจของเราทำมันอย่างต่อเนื่อง ถ้าเราแชร์ความตั้งใจของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ วันนึงมันจะเกิด Branding ขึ้นมา เพื่อต่อยอดแบรนด์และสินค้าในอนาคตได้

trending trending sports recipe

Share on

Tags