เมื่อปัญหาเบื้องลึกของการทำ Digital & AI Transformation ไม่ใช่ศักยภาพของ Tools ไม่ได้อยู่ที่การรีสกิลของทีมเสียทีเดียว แต่เป็น “Leader Mindset” ของผู้นำทุกระดับในองค์กร ซึ่งเปรียบได้กับ “กระดุมเม็ดแรก” ที่จะขับเคลื่อนทีมและธุรกิจให้ก้าวไปในทิศทางเดียวกันอย่างแท้จริง
1. เปลี่ยนหัวให้ตรง ก่อนเปลี่ยนหางให้ตาม
ผู้นำองค์กรต้องกล้าที่จะเปลี่ยนตัวเองก่อน อะไรที่อยู่ในกรอบเดิม ยากต่อการวัดผลเป็นรูปธรรม และอาจทำให้ทีมทำงานยากขึ้นกว่าเดิม เช่น หากคุณเป็นผู้นำที่มักใช้ความรู้สึกนำ “ก็ดีนะ แต่พี่ว่า…” ตรงนี้ควรใช้ DATA มาช่วยตัดสินแทน / จากเดิมที่บริหารแบบ Human only ต้องลองบริหารแบบ Human + AI นึกภาพในวันที่องค์กรเราอาจมีทีมและเพื่อนร่วมงานเป็น AI ก็ได้ ฉะนั้นทำอย่างไรทั้งสองฝ่ายนี้ถึงจะไปด้วยกันได้
หรือหากผู้นำกังวลจนเลี่ยงการปรับตัวกับ AI ก็อาจมองมุมกลับ ปรับมุมมองว่าเราจะบริหารความเสี่ยงนั้นอย่างไร ถ้าผู้นำมองถูก หัวตั้งตรง หางย่อมจะตามไปได้เอง
2. มองหา “กระบะทราย” ที่เหมาะกับองค์กร
สิ่งสำคัญก่อน Transform คือการพาองค์กรออกมาจาก “กับดัก” เดิม ๆ ตั้งแต่การซื้อ AI ตัวเก่งมา แต่กลับไม่มีทิศทางการใช้งานเท่าที่ควร / ผู้นำอยากให้ใช้ AI แต่ไม่รู้อินไซต์หรือ Pain Point ของทีม หรือไม่แตกฉานกับ AI นั้น ๆ เสียเอง ตลอดจนเคส Tool Confusion ที่ทีมงานมีอาวุธเต็มมือ แต่ไม่รู้ว่าจะนำจุดเด่นมาใช้อย่างไร?
ปัญหานี้จะค่อย ๆ ถูกกลบไปได้ หากผู้นำลงสนามมาเรียนรู้ร่วมกับทีม โดยใช้ “Business Objective” หรือเป้าหมายธุรกิจเป็นตัวตั้ง และนำ “AI” เป็นตัวตาม เปรียบได้กับการกระบะทรายหรือพื้นที่ทดลองที่มุ่งตอบโจทย์ธุรกิจและทีมงานอย่างแท้จริง
ผู้นำต้อง “ตั้งคำถามให้ถูก” เพราะนี่ไม่ใช่ยุคของการวางแนวทางองค์กรว่าเราจะ AI First หรือ People First อีกแล้ว แต่เป็น “Problem First” แยกสิ่งที่ทีมทำได้ (what they can) กับสิ่งที่ทีมอยากได้จริงๆ (what they want) ให้ออก
ซึ่งถ้าเรานำปัญหาเป็นตัวตั้งก่อน จะไม่มีการเสียเวลา เช่น
เลิกถามว่า: จะใช้ AI ตัวไหนดี? (AI First)
เริ่มถามว่า: งานไหนที่ทีมเสียเวลากับมันมากที่สุด? (Problem First) หากลดเวลาลงได้ 50-70% พนักงานจะเห็นเองว่า AI คือ Co-pilot ที่มาช่วยให้ชีวิตเขาเริ่ดขึ้น ไม่ใช่เครื่องมือไกลตัวอีกต่อไป เช่นนี้ผู้นำต้องถามให้ถูก มองให้ออก และเข้าใจอินไซต์ทีมอย่างลึกซึ้งก่อนจะลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลง
3. มอง AI ให้เหมือน "เด็กใหม่"
บริโภค DATA เป็นอาหาร และต้องใช้เวลาฝึกฝนเรียน เช่นนี้ถ้า DATA ตั้งต้นไม่ดี AI ย่อมขาดคุณภาพและอาจเคลือบแฝงอคติตามมา (Garbage in, Garbage out) กลายเป็นเสียทั้งพลัง เวลา และการลงทุนกรองเนื้อหากันใหม่ ให้ลองนึกภาพองค์กรกำลังวิ่งอยู่ใน Google Map แล้วมองหาไอค่อนหมุดหมายว่า ณ ตอนนี้ ทีมเรากำลังอยู่ที่ไหน อยากไปไหนต่อ และจะไปอย่างไร? สิ่งนี้แหละจะนำไปสู่คำตอบ และสร้างอิมแพ็คจริง ๆ ได้มากกว่า
นอกจากนี้ในส่วนของการวัดผล ผู้นำควรเปลี่ยนจากการรีบร้อนเค้นผลตอบแทนเชิงตัวเลข (ROI) แบบในอดีต แล้วมาโฟกัสที่ “Utilization Rate” หรืออัตราการใช้งานจริงมากกว่า เพื่อดูว่าพนักงานใช้เครื่องมือได้คล่องแคล่วและเกิดอินไซต์ใหม่ ๆ มากน้อยแค่ไหน อย่างไร
เมื่อผู้นำมี Mindset ที่ถูกต้องว่าจะวัดผลอะไร พร้อมเลือกวิธีวัดผลให้ถูกจุด AI จะไม่ใช่เครื่องมือที่สร้างความสับสนอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยให้องค์กร Scape up เติบโตได้อย่างยั่งยืน
4. เทคโนโลยีจะล้ำเพียงใด ต้องมี “Human in the Loop”
หรือการดึงมนุษย์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเสมอ โดยเป็นการผนึกกำลังระหว่าง Tech Team ที่เชี่ยวชาญเครื่องมือ และ “Domain Expert” หรือผู้รู้จริงเฉพาะทางในงานนั้นๆ (เช่น HR ที่เข้าใจเรื่องคน) เพื่อให้มั่นใจว่า AI จะถูกใช้งานได้ตรงจุดจริง ๆ หาใช่การหลอนขึ้นมาแบบลอย ๆ
ซึ่งผู้นำเองจะเป็น Key Player ที่ต้องคอยวาง “สมดุล” ระหว่างศาสตร์และศิลป์ตรงนี้ ให้สอดคล้องไปด้วยกัน ทำอย่างไรให้ AI เข้าใจเนื้องานเรา ทำอย่างไรให้ได้ทั้งงานที่เร็วและมีคุณภาพจากข้างใน
ท้ายที่สุด AI คือกระจกสะท้อนความสามารถของผู้นำยุคใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ Commander ชี้นิ้วบอก แต่ต้องเป็น “ผู้สร้างสะพาน” เชื่อมระหว่างทีมงานกับเทคโนโลยี AI เพื่อวางรากฐานอนาคตให้องค์กรเติบโตได้แข็งแกร่งและวัดผลได้จริงในระยะยาว
Session: Leading in the era of AI ถอดรหัสผู้นำยุค AI
โดย คุณอภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา Founding Partner, Slingshot Group
สำหรับใครที่อยากรับฟังแบบจัดเต็มทุก Session สามารถรับชมย้อนหลัง ในรูปแบบออนไลน์ทุกเซสชัน ได้ตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. - 31 ต.ค. 2026

หรือถ้าใครยังไม่มีบัตร สามารถซื้อบัตรดูย้อนหลังได้ที่ Zipevent


