“กาแฟที่ดีไม่อาจเกิดขึ้นได้เพียงใครคนใดคนหนึ่ง
แต่เกิดจากหยาดเหงื่อ ความฝัน
และการยืนหยัดของทุก ๆ คนในอุตสาหกรรมกาแฟไทย”
ปีที่ 11 ของ Thailand Coffee Fest 2026 ก้าวสู่ทศวรรษใหม่ของการผลักดันอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษไทย สมาคมกาแฟพิเศษไทย จับมือ The Cloud ประกาศความพร้อมเปิดเทศกาลกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้แนวคิด "Made by All of Us" เพื่อตอกย้ำว่าทุกคนคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ เพราะกาแฟหนึ่งแก้วไม่ได้เกิดจากคนเพียงคนเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของเกษตร นักพัฒนากาแฟ โรงคั่ว บาริสต้า เจ้าของร้าน ไปจนถึงคนดื่มที่ช่วยสนับสนุนให้วงการกาแฟไทยเดินหน้าต่อ พร้อมเผยศักยภาพเมล็ดกาแฟพิเศษไทยแข็งแกร่งต่อเนื่อง คว้าคะแนน Cupping Score ทะลุ 90+ เทียบชั้นแหล่งปลูกระดับโลก
นายณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย เปิดเผยว่า
ภาพรวมของตลาดกาแฟในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมา คนไทยมีอัตราการบริโภคกาแฟเฉลี่ย 1.7 แก้วต่อคนต่อวัน ซึ่งเติบโตขึ้นเกือบเท่าตัวจากในอดีต และยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมากเมื่อเทียบกับประเทศผู้นำด้านการบริโภคกาแฟของโลก สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้กาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) จะมีสัดส่วนเพียง 16% ของปริมาณการบริโภคทั้งหมด แต่กลับสร้างมูลค่าได้สูงถึง 48% ของตลาดรวม หรือคิดเป็นมูลค่าราว 28,000 – 30,000 ล้านบาท และยังมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 15% ต่อปี

ความหอมหวานของตลาดกาแฟพิเศษ ยังดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่ให้กระโดดเข้ามาในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 มีนิติบุคคลจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจเครื่องดื่มใหม่ถึง 310 ราย เพิ่มขึ้น 3.33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก ที่มีทุนจดทะเบียนราว 1-3 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคึกคัก และระบบนิเวศที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรมกาแฟ
นายณัฎฐ์ฐิติ กล่าวต่อว่า เรากำลังอยู่ในยุคทองของผลผลิตกาแฟพิเศษไทย ซึ่งเห็นได้ชัดจากการประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟพิเศษไทย ครั้งที่ 13 ประจำปี 2026 ซึ่งจัดโดยสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) พบเมล็ดกาแฟที่ส่งเข้าประกวดมีพัฒนาการที่ชัดเจน ทำคะแนนประเมิน Cupping Score ทะลุกำแพง 90+ ได้ถึง 8 ตัวอย่าง จาก 48 ตัวอย่างที่ดีที่สุดแห่งปี (จำนวนเมล็ดกาแฟที่ส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 296 ตัวอย่าง) เทียบเท่าแหล่งปลูกระดับโลก ความสำเร็จนี้เกิดจากกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ กระบวนการหมัก (Processing) และพันธุศาสตร์ เข้ามาพัฒนาผลผลิตอย่างจริงจัง รวมถึงการขยายความหลากหลายของสายพันธุ์มูลค่าสูง เช่น Gesha, Java, Typica และ Bourbon จนทำให้กาแฟไทยได้รับการยอมรับในเวทีโลก

นายช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวด์แอนด์กราวนด์ จำกัด กล่าวเสริมว่า
ในฐานะผู้จัดเทศกาล มองเห็นศักยภาพของอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษไทยโตขึ้นต่อเนื่องทุกปี ได้เห็นบรรดาเกษตรกรที่มุ่งมั่นพัฒนาผลผลิตเพื่อทำให้เมล็ดกาแฟมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ได้เห็นผู้ประกอบการที่ใส่ใจในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาคุณภาพของสินค้า การพัฒนาบาริสต้า การให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เรื่อยไปถึงการได้เห็นผู้บริโภคมีความสนใจ และเข้าใจคุณค่าของเมล็ดกาแฟพิเศษไทยมากขึ้น สิ่งเหล่านี้กลายเป็น ข้อได้เปรียบของอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษไทย ที่มี Ecosystem ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ทำได้

จากศักยภาพอันแข็งแกร่งดังกล่าว งาน Thailand Coffee Fest 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ขับเคลื่อนอนาคตของวงการกาแฟไทย เป็นพื้นที่เชื่อมโยงคนทั้งวงการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเข้าไว้ด้วยกัน ความแข็งแกร่งของ Ecosystem นี้ได้รับการพิสูจน์แล้วจากการที่ประเทศไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกอย่าง World of Coffee Bangkok 2026 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า ประเทศไทยได้กลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของแผนที่กาแฟโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เตรียมมาพบกันที่งาน Thailand Coffee Fest 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 - 13 กันยายน 2026 ณ IMPACT Exhibition Center Hall 5-8 เมืองทองธานี ร่วมกันยกระดับวงการกาแฟไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะความสำเร็จของวงการกาแฟไทยเกิดจากพวกเราทุกคน