ในปีที่ผ่านมาจีนมีการพัฒนาเรื่องเทคโนโลยีการสื่อสารอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากรในประเทศและตั้งเป้าว่าจะเดินหน้าพัฒนาด้านอื่นอย่างเต็มที่และนำหน้าคนอื่น เราจะพาไปย้อนดูว่าในปี 2018 ที่ผ่านมา จีนมีการเติบโตอย่างไรและทำอะไรไปแล้วบ้าง โดยสรุปมาได้ ดังนี้
ภาพรวมการใช้อินเทอร์เน็ตของประเทศจีน
ปัจจุบันการเข้าถึงและใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนจีนมี 60% ส่วนประเทศอเมริกามีมากถึง 89% หมายถึงคนอเมริกาเกือบทุกคนที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้แล้ว ในขณะที่จีนเกินครึ่งมานิดเดียว
อย่างไรก็ตาม ประเทศจีนมีพื้นที่ใหญ่และกว้างขวางมาก ประชากรของประเทศจีนมีมากถึง 1.4 พันล้านคน ในขณะที่อเมริกามีเพียง 329 ล้านคน ซึ่งมากกว่าคนอเมริกาถึง 1 พันล้านคน เพราะฉะนั้น คำว่าเกินครึ่งของจีน คือ 800 กว่าล้านคน ส่วนคำว่าเกือบทั้งหมดของอเมริกามีเพียงแค่ 293 ล้านคน เท่านั้นเอง ดังนั้นถ้าดูเป็นตัวเลขจริง ๆ จะพบว่าการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของจีนมากว่าคนอเมริกาเสียอีก
สิ่งที่เราเห็นได้จากตัวเลขนี้คือ จีนมีช่องว่างที่จะเติบโตต่อไปได้ เพราะจีนเพิ่งจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้เพียงครึ่งนึง ในขณะที่อเมริกาไปถึง 90% แล้ว
นอกจากนั้น คนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือในจีนประมาณ 58% ส่วนประเทศอเมริกามีจำนวน 81% แปลว่าเกือบจะทั้งหมดที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตนั้นเข้าผ่านมือถือ
อีกตัวเลขหนึ่งที่น่าสนใจคือ การใช้จ่ายผ่านมือถือ หรือ Mobile Payment ในจีนมีการใช้ถึง 42% ในขณะที่อเมริกามีเพียงแค่ 19% จากคนที่เข้าถึงอินเทอร์เนตทั้งหมด 89% ซึ่งถือว่าน้อยมาก ในขณะที่จีนเกือบจะทั้งหมดของคนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตด้วยซ้ำ
เรื่อง Mobile payment ในประเทศจีนนั้นไปไกลมาก เราอาจจะเคยเห็นภาพของขอทานแต่มีคิวอาร์โค้ดให้สแกน ส่วนในบ้านเราก็เริ่มจ่ายเงินผ่าน Mobile Payment เยอะแล้วเหมือนกัน เช่น ร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ หรือวัดบางแห่งก็เริ่มใช้คิวอาร์โค้ดกันแล้ว จากตัวเลขนี้จึงทำให้เห็นว่าอเมริกาเรื่องของ Mobile Payment ยังช้ากว่าจีนอยู่ค่อนเข้างมาก
สิ่งที่เกิดขึ้นกับจีนในปี 2018
ใน China Internet Report 2019 นี้ได้กล่าวถึงปีที่ผ่านมาจีนได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง มีด้วยกัน 3 เรื่องคือ
- ขยายโครงสร้างอินเทอร์เน็ต ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น แม้จะเป็นคนที่อยู่ตามชนบทหรือต่างจังหวัดก็ตาม อย่างตัวเลขที่เราได้เห็นกันแล้วว่ามีการเติบโตมาก ๆ จากปีที่แล้วจนมาถึงในปีนี้
- พยายามทำให้คนคุ้นชินกับการใช้อินเทอร์เน็ตออนไลน์ เช่น การทำ Payment หรือการใช้โซเชียลต่าง ๆ
- รัฐบาลเข้ามามีส่วนในการคอยกำจัดหรือดูแลเรื่องของแอปพลิเคชันที่ไม่ค่อยดี และการลงทุนที่ดูมีความเสี่ยงมาก ๆ หรือที่เรียกกว่า The Government is the Invisible Hand
อีกหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ จีนมีบริษัทประเภทเทคโนโลยีมีเดียและเทเลคอมมิวนิเคชัน มากกว่า 56 บริษัทที่เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ตัวอย่างที่เราคุ้นหูกันคือ Xiaomi (เซี่ยวมี่) ผลิตทั้งสมาร์ทโฟน เครื่องชั่งน้ำหนัก สกู๊ตเตอร์ รวมไปถึงเครื่องดูดฝุ่น ซึ่งก็เพิ่งเข้า IPO ไปเมื่อปี 2018
อีกตัวที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องกับเทรนด์ของจีนด้วยคือ บริษัท ไชน่า ทาวเวอร์ เป็นบริษัทที่รับทำเสาให้กับเทเลคอมมิวนิเคชัน พวกเสาในการส่งสัญญาณมือถือ ซึ่งได้จด IPO ไปเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมาเช่นกัน
นอกจากนั้น Top Internet Players ของจีน 3 อันดับแรก คือ Tencent ตามมาด้วย Alibaba และสุดท้ายได้แก่ Ant Financial ซึ่งเป็นของ Alibaba เช่นกัน
ในส่วนของสตาร์ทอัพที่เป็น IPO ก็มี Xiaomi และ Tencent Music ที่เรารู้จักกัน นอกจากนั้นก็มี Luckin Coffee ร้านกาแฟที่พยายามจะเปิดสาขาเข้ามาสู้กับ Starbucks เดิมที่เมื่อสมัยสิบปีที่แล้ว Starbucks มีเป้าหมายว่าจะเปิด 1 สาขาทุกวัน แต่ Luckin เขาบอกว่าจะเปิดให้ได้ 1 สาขาทุก ๆ 4 ชั่วโมง เลยทีเดียว
3 เรื่อง กับสิ่งที่่จีนลงมือทำและทำสำเร็จ แต่เท่านี้คงยังไม่พอ เพราะในปี 2019 นี้ เข้าได้ตั้งเป้าไว้ 4 เรื่องที่จะทำเกิดขึ้นจริงและต้องนำหน้าคนอื่นอีกด้วย ! จะมีอะไรบ้าง ลองไปดูในบทความนี้กันเลย สรุป 4 เทรนด์ของจีนที่จะเกิดขึ้นในปี 2019 จาก China Internet Report
ถอดความจาก: Morning Call Podcast โดยคุณเก่ง สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม
ฟัง EP. นี้แบบเต็ม ๆ ได้ที่: SOUNDCLOUD, Spotify, PodBean
บทความที่คุณอาจสนใจ
- เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับสนามบินต้าซิงของจีน ที่กำลังจะเป็นสนามบิน “ที่สุด” ของโลก
- เมื่อโลกไปไกล แล้วบริษัทไทย ๆ ควรจะทำอย่างไร ?
- ถ้าโดน AI แย่งงานแล้วเราควรทำอย่างไร?