สรุป 5 บทเรียนคนทำธุรกิจ จากผู้ร่วมก่อตั้ง Laura Mercier

"Data is oxygen" คือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจสำหรับ Gary Kusin ผู้ร่วมก่อตั้ง Laura Mercier และ GameStop แล้วอะไรคือบทเรียนธุรกิจตลอดหลายสิบปีสำหรับชายคนนี้

Last updated on ก.พ. 10, 2025

Posted on ม.ค. 29, 2025

"Data is oxygen"

คำ 3 คำ ที่ Gary Kusin ใช้ในการทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการร่วมก่อตั้งแบรนด์ GameStop และแบรนด์เครื่องสำอาง Laura Mercier รวมถึงการจัดการเรื่องการควบรวมกิจการมูลค่า 2.4 พันล้านดอลลาร์ระหว่าง Kinko’s และ FedEx

บทความหนึ่งจากเว็บไซต์ entrepreneur ในหัวข้อ “A Simple 3-Word Mantra Helped This Serial Entrepreneur Build Brands Like GameStop and Laura Mercier” ได้พูดถึงบทเรียนความสำเร็จของชายคนนี้ ที่จะทำให้เราได้เห็นว่ามีแค่ Passion ไม่สามารถสร้างกำไรในธุรกิจได้ และการจะทำธุรกิจให้สำเร็จ การตัดสินใจด้วยข้อมูลบางอย่างก็เป็นสิ่งสำคัญ

Gary Kusin เป็นนักธุรกิจคนหนึ่งที่อยู่ในแวดวงค้าปลีกมาอย่างหลากหลาย ทั้งในมุมของผู้ร่วมก่อตั้ง คนดำเนินธุรกิจ คนบริหารกิจการต่าง ๆ

“ผมทำงานด้วยข้อมูล ดังนั้นผมจะลำบากใจมากถ้าต้องพูดว่า ลุยกันเลย สำเร็จแน่นอน มาเปิดร้านกันเถอะ!”

สำหรับ Gary Kusin มองว่าในการทำธุรกิจไม่ควรตัดสินใจแบบนั้น แต่ควรต้องคุยกันบนข้อมูลที่มีด้วย เช่น ถ้าอยากจะเปิดร้าน ก็ต้องมีคำตอบสำหรับคำถามเผื่อเจ้าของพื้นที่จะถามเราเพิ่มเติม และตัวเราเองก็ต้องมีข้อมูลในการพิจารณาด้วย อย่างค่าเช่าที่เรารับได้คือกี่เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น

โดย ‘ข้อมูล’ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงข้อมูลแค่เชิงปริมาณหรือตัวเลขเท่านั้น แต่ยังหมายถึงข้อมูลเชิงคุณภาพ ที่ช่วยให้เราตัดสินใจอย่างชาญฉลาดในการทำธุรกิจได้มากขึ้น

ยกตัวอย่างในสมัยอดีตของ Gary Kusin เขากับเพื่อนร่วมชั้นที่ Harvard Business School ชื่อ Jim McCurry ซึ่งขณะนั้นทำงานในอุตสาหกรรมเกมวิดีโอที่กำลังเติบโต ได้มีการพูดคุยกันถึงประเด็นของการเติบโตของร้านค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น Blockbuster ที่ทำให้ห้างสรรพสินค้าเริ่มเสียฐานลูกค้าเดิมไป ด้วยความคล้ายคลึงกันระหว่างเกมวิดีโอกับ Blockbuster ทั้งคู่จึงเปิดร้านค้าปลีกซอฟต์แวร์แห่งแรกของโลกในชื่อ Babbage’s ซึ่งปัจจุบันเรารู้จักกันในชื่อ GameStop นั่นเอง

Gary Kusin ไม่ได้ตัดสินใจจากสัญชาตญาณว่ามันน่าจะดี มันน่าจะเวิร์กนะ แต่เขาพยายามสังเกต และศึกษาข้อมูลมาโดยตลอด แม้บางครั้งมันจะต้องใช้เวลานาน แม้บางครั้งมันอาจจะไม่สำเร็จ แต่การเก็บข้อมูลนี่แหละ คือวิธีการหลักที่เขาใช้เสมอในทุก ๆ อย่างที่เขาทำ

หลังปักธงความสำเร็จได้หนึ่ง เขาก็ไปต่อในอุตสาหกรรมความงาม และทำธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งตัวเขาได้ลงไปคุยกับลูกค้า ลงไปคุยพนักงาน ลงไปสำรวจตลาด แม้แต่สัมภาษณ์คนด้วยตัวเองเพื่อเข้าถึงข้อมูลคุณภาพที่จะหาจากที่ไหนไม่ได้


จากการเดินทางของ Gary Kusin ได้พบว่า บทเรียนสำคัญสองข้อสำหรับผู้ประกอบการทุกคน คือ

1. เมื่อธุรกิจประสบปัญหา คุณต้องลงไปพูดคุยกับพนักงานและลูกค้าโดยตรง

คุณอาจมีสมมติฐานเกี่ยวกับปัญหาหรือสิ่งที่ลูกค้าต้องการ แต่คุณจะไม่มีวันรู้แน่ชัดจนกว่าคุณจะถามและรวบรวมข้อมูลเหล่านั้น

2. มีหลายวิธีที่จะสามารถทำเป้าหมายหนึ่งให้สำเร็จได้

Gary Kusin ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างเส้นทางของตัวเอง และเลือกทำให้สิ่งที่รู้สึกว่าทำแล้วจะสบายใจ

“วิธีที่ถูกต้องไม่ได้มีวิธีเดียว ถ้าเจอใครพูดคำว่า ควรทำอะไร ให้รีบเดินออกมาจากตรงไหน และถามตัวเองว่าตัวเองเหมาะกับอะไร ถนัดทำอะไร แล้วคุณจะนำสิ่งนั้นมาต่อยอดความรู้ได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่จะทำให้คุณเก่งขึ้นในธุรกิจที่คุณได้เริ่มต้น”


และจากการสร้างรากฐานแรกของ GameStop ไปจนถึงการปิดดีลควบรวมกิจการมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ นี่คือ 5 บทเรียนจาก Gary Kusin

1. รักษาความสัมพันธ์ดี ๆ กับเพื่อน ๆ เอาไว้เสมอ

การสานสัมพันธ์กับ connection ที่มีอยู่เสมอ อาจนำไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ที่คุณคาดไม่ถึง

2. ถ้าอยากรู้ว่าข้างหน้ามีอะไรเกิดขึ้น ให้ลงไปดูเอง

ในเรื่องการตลาด คุณจะไม่มีทางรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไรถ้าคุณไม่ถาม เมื่อได้ข้อมูลเหล่านั้นมา คุณสามารถนำความคิดเห็นของลูกค้ามาปรับปรุงการทำธุรกิจได้

3. ศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ

ผู้ประกอบการมือใหม่มักตื่นเต้นกับโปรเจกต์ใหม่ ๆ จนลืมคิดคำนวณและศึกษาข้อมูลให้เพียงพอ เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจนั้นจะดำเนินไปได้อย่างยั่งยืนทั้งในด้านการเงินและการจัดการ

4. เมื่อธุรกิจมีปัญหา งานมีแต่เรื่อง ให้ลองถามพนักงานคุณดู

แม้การตั้งสมมติฐานจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การพูดคุยโดยตรงกับพนักงานที่เข้าใจปัญหาของเนื้องานมากที่สุดก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะพวกเขาจะมีมุมที่อาจจะลึกกว่าเรา และอาจมาพร้อมแนวทางแก้ปัญหาที่ตรงจุดกว่าเราก็ได้

5. ปัญหาเดียว ไม่ได้แปลว่าวิธีแก้มีแค่ทางเดียว

การที่ใครคนหนึ่งเคยแก้ปัญหาหนึ่งได้ ไม่ได้แปลว่าคุณต้องใช้วิธีเดียวกันเป๊ะ ในการแก้ไขปัญหานั้น แต่คุณต้องคิดให้ถี่ถ้วนแล้วลองหาวิธีแก้ปัญหาที่สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจ และเป้าหมายของคุณด้วย


แปล เรียบเรียง: กองบรรณาธิการ CREATIVE TALK

ที่มา

trending trending sports recipe

Share on

Tags