ยุคที่คำศัพท์ใหม่เกิดขึ้นทุก ๆ วัน และการใช้คำเริ่มแปลกขึ้นทุกนาที ทำให้วันนี้ ‘ภาษา’ ไม่ได้เป็นแค่ตัวหนังสือที่เราแค่อ่านอีกต่อไป แต่มันคือ ‘รสชาติ’ ใหม่ ที่ช่วยเพิ่มความสนุก
วันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า พฤติกรรมของคนเสพสื่อตอนนี้เข้าสู่ยุค Video-First และ Social Search แบบเต็มตัว คนไม่ใช่แค่อ่าน แต่คนใช้เวลาไปกับการฟัง และการดูเยอะมาก ๆ ในหนึ่งวัน ซึ่งเป็นสัญญาณว่า ภาษามันกำลังมีการเปลี่ยนแปลงขึ้น
ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าเราไถฟีดดูคอนเทนต์อาหารก็จะเจอกับศัพท์ใหม่เยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็น อร่อยแบบตะโกน, โฮ่งมาก หรือ 2/10 และยังมีอีกเพียบ ซึ่งศัพท์ใหม่พวกนี้ คือเครื่องมือกลางที่ช่วยให้ครีเอเตอร์ไทย สามารถสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างรวดเร็ว และได้ฟีลใน Short Video
แต่กลับกัน บางครั้งมันทำให้ครีเอเตอร์หลาย ๆ คนใช้คำฮิตแบบเดียวกัน ซ้ำกันไปหมด จนลืมคลังคำศัพท์เก่า ที่มันสามารถสร้างมิติของความหมายให้คนดูได้ โดยไม่รู้ตัว
ทำให้ TikTok แพลตฟอร์มยอดฮิตในไทย ผุดไอเดียเกิดแคมเปญ #TikTokไทยไทย: Food Talks Thai เพื่อเชิญชวน ‘คนไทย’ หยิบภาษาไทยที่อาจจะถูกลืม กลับมาผสมกับภาษาไทยยุคใหม่ มาสื่อสารผ่านรสชาติอาหาร เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงอารมณ์ และความรู้สึกของคนดูได้มากขึ้น ผ่านคำพูด น้ำเสียง และท่าทางในวิดีโอมากขึ้นกว่าเดิม


บทความนี้ CREATIVE TALK เลยจะพามาอัปเดต 5 เทรนด์ภาษายุคใหม่ สำหรับครีเอเตอร์ไทยในปี 2026
ผ่านแคมเปญ TikTok ไทยไทย Food Talks Thailand โดยคุณทอม จักรกฤต โยมพยอม ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาไทย และคุณเบลล่า ศิรัตติกาน คำพิมาน จากช่อง เบลล่า วิถีไทย
1. เพราะภาษาไทยไม่เคยหยุดนิ่ง แถมยังวิ่งไปตามบริบทโลกตลอดเวลา
ครูทอม บอกกับเราว่า “ทุกภาษาบนโลกสามารถเปลี่ยนแปลงได้เป็นปกติ ทั้งในแง่ของการกร่อนเสียง การตัดคำ การเปลี่ยนคำ แทบไม่มีภาษาไหน ที่ไม่เปลี่ยนเลย ตราบใดที่มีคนใช้ยังไงก็ต้องเปลี่ยนแปลง”
ซึ่งการใช้แพลตฟอร์มเองก็มีผลที่ทำให้ภาษาเปลี่ยนไปด้วยเหมือนกัน เพราะจะทำให้ภาษามันสนุก มีอรรถรส และมีเอกลักษณ์มากขึ้น นั่นแปลว่า ภาษาไทย กำลังพัฒนา และเติบโตอยู่เรื่อย ๆ ท่ามกลางบริบทของโลก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ ไม่มีตัวที่บ่งชี้ว่า มันจะดีขึ้น หรือแย่ลง แต่มันเปิดโอกาสให้เราได้เห็นการเติบโตของภาษาไทยที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และเติบโตไปพร้อมกับโลกอยู่เรื่อย ๆ
2. เมื่อภาษาไม่ได้เป็นแค่ตัวหนังสือ แต่คือเครื่องมือที่สื่อสารความรู้สึก
คุณเบลล่า ฟู้ดครีเอเตอร์ ที่ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับอาหารไทยพื้นบ้าน บอกว่า การใช้ภาษาสามารถอธิบายรสชาติในการทำคอนเทนต์ให้เข้าถึงคนดูได้มากขึ้น อย่างเช่น แทนที่เราจะพูดแค่คำว่า เผ็ด ในภาษาอีสาน เราอาจะเติมมิติลงไปด้วยการบอกว่า เผ้ดเผ็ด หรือ เผ็ดแซบ พอคนฟังได้ยินก็จะรู้ว่า นี่มันไม่ใช่แค่เผ็ด แต่มันเผ็ดมาก!
และในส่วนของการมีศัพท์ใหม่เข้ามา ก็ช่วยเติมมุมมองให้ครีเอเตอร์สามารถเล่าเรื่องมีเอกลักษณ์โดดเด่น และคอนเทนต์สนุกสนานมากยิ่งขึ้นด้วย
3. ภาษาเป็นมากกว่าแค่การรับรู้ แต่เป็นแม่เหล็กที่ทำให้คอนเทนต์ดูมีลูกเล่นมากกว่าเดิม
พอมีคำศัพท์ใหม่เกิดขึ้น คำศัพท์เก่า ๆ ก็มักจะถูกลืมไปอย่างเงียบ ๆ แต่ในความเป็นจริง การหยิบเอาคำเก่ามาเล่าใหม่ให้สอดคล้องกับเนื้อหาต่าง ๆ ก็สามารถสร้างลูกเล่นให้คอนเทนต์ได้เหมือนกัน
คุณเบลล่า แชร์ให้ฟังว่า หลังจากได้เข้าร่วมกิจกรรม Local guide tour ของแคมเปญ TikTokไทยไทย : Food Talks Thai ย่านตลาดนางเลิ้ง อยากแชร์คำที่น่าสนใจ ที่คนไม่ค่อยเอามาใช้ คำว่า รสสุคนธ์ (ที่แปลว่ากลิ่นหอม)
หนึ่งในอาหารที่ไปชิมคือ ขนมใส่ไส้อบขวัญเทียน คุณเบลล่าแนะนำต่อว่า ถ้าเราลองเอาคำ ๆ นี้ไปใส่ในคอนเทนต์ ก็จะทำให้เกิด engage ได้ ว่าคำนี้คืออะไร และทำให้คนอาจจะกลับมาให้คนสนใจอีกครั้งได้ด้วยเหมือนกัน
ครูทอมเสริมว่า การที่ใช้คำใหม่ ๆ ไม่ว่าจะคำใหม่จริง ๆ และคำที่มีอยู่นานแล้วมาเล่าใหม่ จะให้คนมาพูดคุยถึงความหมายของมันมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสของภาษาเก่าให้สามารถกลับมาถูกมองเห็น และเติบโตมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย
4. เปลี่ยนภาษาเป็นลายเซ็น เพื่อสร้างตัวตนให้โดดเด่น
ภาษาคือสิ่งที่แสดงความเป็นกลุ่มก้อน พวกเดียวกัน เช่น ภาษาถิ่น คือการสื่อสารระหว่างคนกลุ่มเดียวกันพูดคุยกัน ไม่ว่าจะภาคเหนือ กลาง อีสาน หรือใต้ ก็มีภาษาถิ่นเพื่อแสดงความเป็นกลุ่มเดียวกัน
ในแง่ของการทำคอนเทนต์การใช้ภาษาที่เฉพาะเจาะจง ก็ช่วยสร้างคอมมูนิตี้ของช่องได้เหมือนกัน อย่างช่องเบลล่า วิถีไทย ก็มุ่งไปที่การสื่อสารกับคนอีสานโดยเฉพาะ ด้วยการพูดภาษาอีสานเป็นหลัก แต่ในทางกลับกันก็ยังมี text ในคลิปที่อาจจะเป็นภาษากลาง เพื่อให้คนภาคอื่น ๆ สามารถรับชมแล้วเข้าใจได้เหมือนกันด้วย แต่ในแง่ของการสื่อสารหลัก ยังเน้นไปที่กลุ่มคนที่อาศัยอยู่ที่ภาคอีสาน
ซึ่งการจะใช้ภาษาภาคไหน หรือใช้ภาษาอะไรไม่มีปัญหาบนแพลตฟอร์ม ตราบใดที่เอกลักษณ์ และภาพจำของเราชัดเจน คอมมูนี้ตี้ของเราก็จะแข็งแรงตามมาด้วย
การใช้ภาษาที่ชัดเจน บวกกับท่าทาง น้ำเสียง หรือการตัดต่อของคลิปให้มันเป็นเอกลักษณ์สามารถสร้างความแตกต่างให้เราโดดเด่นขึ้นมาจากครีเอเตอร์คนอื่นได้มาก ๆ
ลองนึกตามว่า เวลาที่เราจะจำศิลปินสักคนได้ บางครั้งเราอาจไม่ได้จำที่หน้าตา หรือดนตรี แต่เรามักจะจำที่น้ำเสียง วิธีการร้อง จังหวะ สำหรับครีเอเตอร์ก็เหมือนกัน ถ้าเราสร้างองค์ประกอบเหล่านี้ให้มันชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตัวตนของเราก็จะถูกจดจำได้มากขึ้นนั่นเอง
5. การผสมศัพท์ใหม่ กับศัพท์ไทยในยุคเก่าเข้าด้วยกัน คือกุญแจสำคัญที่ทำให้คอนเทนต์เข้าถึงคน
ปัญหาก็คือพอมีคำศัพท์ใหม่ ๆ ที่คนใช้แล้ว Mass เราก็จะติดใช้คำนั้นเลยแบบตามความเคยชิน ซึ่งมันจะทำให้คอนเทนต์ของเรามีแต่คำเดิม ๆ ดังนั้นสิ่งที่ TikTok พยายามผลักดันคือ การผสมศัพท์ใหม่ กับศัพท์ไทยในยุคเก่าเข้าด้วยกัน เพื่อเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เข้าถึงคนมากขึ้น
แต่การผสมแทนที่จะเอาคำศัพท์เก่า ๆ มาเล่าใหม่นั้นก็เป็นเรื่องยาก เพราะทั้งการเขียน และคำอ่านก็แทบจะคาดเดาไม่ออกว่าหมายถึงอะไร แล้วเราจะผสมให้มันออกมาลงตัวได้ ต้องมีวิธีอะไรบ้าง?
ครูทอมบอกเราว่า การมีแพลตฟอร์มทำให้ภาษาเปลี่ยนแปลงได้ถี่กว่าเมื่อก่อนเยอะมาก สิ่งสำคัญก็คือ ถ้าเราอยากตามภาษาให้ทัน เราต้องศึกษาอย่างต่อเนื่อง ต้องรู้คำให้เยอะก่อน พอรู้เยอะ ก็มีคลังคำศัพท์ที่หยิบมาใช้ได้เยอะ
อีกหนึ่งเรื่องที่ครูทอมอยากย้ำกับเราทุกคนก็คือ อย่ากลัวที่จะใช้ภาษา อยากให้มองว่าภาษาเป็นเครื่องมือที่เราใช้ในการสื่อสาร ไม่จำเป็นต้องไปกังวล หรือกลัวไปก่อน เราสามารถใช้ภาษาให้มันสนุกได้
เพราะถ้ามัวกังวลและทำให้เราไม่สนุกกับการสื่อสาร และการสร้างสรรค์ ซึ่งในฐานะเราเป็นครีเอเตอร์ การหยิบภาษามาสื่อสารในหลายมิติสามารถทำได้ แต่ที่สำคัญคือต้องดูบริบท ว่ามันถูกต้องหรือไม่เท่านั้นเอง เพราะการไม่ตรงกฎเกณฑ์ไม่ได้แปลว่าผิด ถ้ามันถูกตามบริบท จงใช้ภาษาให้ตรงกับบริบท แล้วการสื่อสารของเราจะสนุกมากขึ้น
สุดท้ายนี้ แคมเปญ #TikTokไทยไทย: Food Talks Thai จัดขึ้นเพื่อต้อนรับวันภาษาไทยแห่งชาติ (29 กรกฎาคม) และจุดประกายบทสนทนาทางวัฒนธรรม และเชิญชวนให้ผู้คนหยิบยกภาษาไทยที่อาจถูกลืมเลือน กลับมาผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสนุกสนาน
และย้ำเตือนว่าภาษาไทยดั้งเดิมสามารถผสมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลง และสนุกสนาน ช่วยเพิ่มมิติให้การเล่าเรื่อง ปลุกชีวิตคลังคำไทยให้กลับมาอยู่ในบทสนทนาประจำวัน และส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมในรูปแบบที่ร่วมสมัยและยั่งยืนสืบไป








