นั่งพักเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน! นักวิจัยเผย พฤติกรรม ดู TV บ่อยในช่วงวัยกลางคน อาจทำให้เนื้อสมองฝ่อลงโดยไม่รู้ตัว
หลังจากผ่านการทำงานอันเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน เชื่อว่าหลายคนมีวิธีการพักผ่อนแตกต่างกันไป บางคนเลือกที่จะนั่งอ่านหนังสือดี ๆ สักเล่ม บางคนเลือกออกไปช้อปปิ้ง บางคนนั่งเล่นเกมชิล ๆ บางคนก็ออกไปเอนจอยกับเพื่อน พาน้องหมาน้องแมวไปเดินเล่น แต่สิ่งที่หลาย ๆ คนน่าจะตอบโจทย์ได้ไวที่สุดสำหรับการพักผ่อนนั่นก็คือ การได้นั่งล้มตัวลงบนโซฟาแล้วเปิดดูซีรีส์หรือเปิดดูคลิปแนวตั้งที่ชื่นชอบเพราะนี่คือสวรรค์ของการพักผ่อนที่ง่าย และทำได้ทันที
แต่รู้ไหมว่า! การได้นั่งพักดูซีรีส์เรื่องโปรด อาจกลายเป็นพิษร้ายที่กำลังทำร้ายเราโดยไม่รู้ตัว โดยงานวิจัยใหม่ชิ้นหนึ่งได้ส่งสัญญาณเตือนว่า ‘ไม่ใช่ทุกการนั่งที่จะส่งผลต่อสมองเหมือนกัน’ และกิจกรรมที่เราทำระหว่างนั่งพักในวัยกลางคน อาจส่งผลต่อความจำ และความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ในอนาคตได้อย่างคาดไม่ถึง!
งานวิจัยล่าสุด! พบว่า คนที่ดูทีวีบ่อย หรือติดซีรีส์นั่งแช่เป็นเวลานาน ๆ อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์
งานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ใน The Journal of the Alzheimer’s Association ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลระยะยาวจากโครงการ Atherosclerosis Risk in Communities (ARIC) ได้ทำการศึกษาในกลุ่มผู้ใหญ่ช่วงวัยกลางคน (อายุเฉลี่ยประมาณ 53 ปี) จำนวนกว่า 1,700 คน โดยทีมนักวิจัยได้ติดตามพฤติกรรมการดูทีวี รวมถึงระยะเวลาการนั่งทำงาน และนำผู้เข้าร่วมทดสอบไปสแกนสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อดูโครงสร้างสมองในระยะยาว ผลลัพธ์ที่ได้พบความแตกต่างทางโครงสร้างสมองอย่างชัดเจน 3 มิติหลัก
1. สมองส่วนหน้าและส่วนหลังหดตัว โดยสมองส่วนหน้า (Frontal Lobe) ที่ทำหน้าที่ควบคุมลอจิก การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจ รวมถึงสมองส่วนท้ายทอย (Occipital Lobe) ที่ประมวลผลการมองเห็น มีขนาดเล็กลงอย่างมีนัยสำคัญ.
2. พบสัญญาณเตือนอัลไซเมอร์ระยะแรก (Early Alzheimer’s Biomarkers) มวลเนื้อสมองส่วนเทา (Gray Matter) ในบริเวณสมองส่วนลึก (Deep Temporal & Limbic regions) มีปริมาณลดลง ซึ่งเป็นพื้นที่ฐานรากแรก ๆ ที่เปราะบางต่อการพัฒนาไปสู่โรคอัลไซเมอร์
3. สัญญาณสายไฟสมองเสียหาย (Elevated White Matter Hyperintensities - WMH) โดยพบจุดสว่างในสมองส่วนขาวปริมาณสูง ซึ่งเป็นตัวชี้วัดทางรังสีวิทยาของโรคหลอดเลือดขนาดเล็กในสมอง สื่อถึงฉนวนสายไฟที่เชื่อมโยงการทำงานในสมองเริ่มเสียหาย เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke), ภาวะความจำถดถอยตามวัย และโรคสมองเสื่อม (Dementia)
ข้อสังเกต ความเสียหายของสมองเหล่านี้ ยังคงปรากฏชัดเจนแม้ว่านักวิจัยจะทำการควบคุมปัจจัยอื่น ๆ แล้วก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นระดับการออกกำลังกาย, การสูบบุหรี่, การดื่มแอลกอฮอล์, ดัชนีมวลกาย (BMI) หรือโรคเบาหวาน
ทางด้านคุณ Natan Feter ผู้เขียนงานวิจัยกล่าวกับ Neuroscience News ว่า เรามักจะเตือนคนทุกคนเสมอว่าอย่าใช้เวลาในการนั่งมากเกินไป แต่ผู้เชี่ยวชาญอาจต้องขยายคำแนะนำนั้นให้ครอบคลุมถึงกิจกรรมที่ทำขณะนั่งด้วย เพราะมันส่งผลต่อสุขภาพสมองต่างกันอย่างสิ้นเชิง
แต่ในขณะเดียวกันกลุ่มคนที่นั่งเหมือนกัน แต่ใช้ความคิดไปกับการทำงานพฤติกรรมของสมองแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เรื่องที่น่าตกใจที่สุดของงานวิจัยนี้คือ ลำพังแค่การนั่งอยู่เฉย ๆ ไม่ใช่ตัวการหลักที่ทำลายสมอง เมื่อทีมวิจัยลองไปดูข้อมูลของคนที่ นั่งทำงานโต๊ะออฟฟิศเป็นประจำ ผลลัพธ์กลับออกมาตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
- กลุ่มคนที่นั่งทำงานโต๊ะทำงานบ่อย มีสมองส่วนหน้าและส่วนท้ายทอยที่ ใหญ่กว่า
- มีความเสียหายของเนื้อสมองส่วนขาว (WMH) น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เหตุผลก็เพราะการนั่งทำงาน (Active Processing) หรือการแก้ปัญหา การเขียน การวางแผน หรือการดึงข้อมูลมาใช้งาน บังคับให้วงจรสมองมีการกระตุ้นกระแสไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เปรียบเหมือนการออกกำลังกายให้สมองที่ช่วยรักษาความแข็งแรงของเส้นประสาทและการไหลเวียนของเลือด ในขณะที่การนั่งดูทีวี (Passive Absorption) เป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้ความคิดหรือการแก้ปัญหา สมองไม่ได้ถูกกระตุ้นเป็นเวลานานหลายชั่วโมง เมื่อขาดการใช้งานเนื้อสมองในส่วนสำคัญจึงค่อย ๆ ฝ่อไปตามกาลเวลา
อย่ารอให้ใครมาปรับ เริ่มที่ตัวคุณเองได้ทันที
จากข้อมูลในเว็บไซต์ neurosciencenews.com โดย Dr. David Raichlen และ Natan Feter ทีมวิจัยหลักจาก USC ระบุว่า คำแนะนำทางการแพทย์ในอนาคตกำลังจะเปลี่ยนไป จากเดิมที่บอกแค่ให้ลุกเดินบ่อย ๆ ต้องเปลี่ยนมาเป็นการควบคุมสิ่งที่ทำระหว่างนั่งด้วย
ลดเวลาการนั่งจ้องหน้าจอแบบ Passive (ดูทีวี/ไถฟีด) แล้วเปลี่ยนมาใช้วิธี Cognitively Engaging Sitting หรือการนั่งทำกิจกรรมที่สมองได้คิด เช่น การอ่านหนังสือ, การเขียน, การเล่นบอร์ดเกม หรือแก้ปริศนาเชิงกลยุทธ์แทนจะช่วยได้ดี
หมายเหตุ: งานวิจัยนี้เป็นการเก็บข้อมูลย้อนหลัง 20 ปี โดยอ้างอิงจากแบบสอบถามพฤติกรรมดูทีวีที่ผู้ใช้รายงานด้วยตนเอง (Self-reported) และในจุดเริ่มต้นโครงการช่วงปี 1987 ยังไม่มีเทคโนโลยี MRI ความละเอียดสูง ทำให้อาจมีความคลาดเคลื่อนจากการประเมินตัวเลขจริง และยังไม่สามารถวัดการเปลี่ยนแปลงแบบStep-by-Step ตั้งแต่วันแรกได้ ซึ่งต้องรอการศึกษาติดตามผลในอนาคตเพิ่มเติม
ที่มา
- Scientists say one everyday habit may be quietly shrinking your brain
- Associations of distinct sedentary behaviors with cortical, subcortical, and white matter hyperintensity volumes: Evidence from the ARIC study
- Heavy TV Watching Systematically Shrinks Your Brain