คุณคิดว่า.. ‘ความโชคดี’ เป็นเรื่องบังเอิญ หรือคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เราสามารถสร้างได้เองในทุก ๆ วัน?
ความโชคดีดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ได้แต่รอให้มันมาถึง แต่ในความเป็นจริง เราสามารถควบคุม และสร้างความโชคดีให้เกิดขึ้นกับเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ
Tina Seelig (ศาสตราจารย์ และนักเขียนจาก Stanford University) บอกเราว่า “ความโชคดีไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องรอสุ่มหรือหายาก แต่ความโชคดีเหมือนกับสายลม ที่เรามองไม่เห็น แต่มันมีพลัง และอยู่ทุกที่ ถ้าคุณรู้วิธีการแล่นเรือใบ คุณก็สามารถควบคุมมันและทำให้มันทำงานเพื่อคุณได้” ซึ่งหมายความว่า คุณสามารถสร้างความโชคดีได้ ถ้าคุณรู้วิธีที่ถูกต้อง
บทความนี้ CREATIVE TALK เลยจะชวนทุกคนมารู้จักกับ 5 วิธีที่ทำให้เราเป็นคนโชคดีในทุก ๆ วัน ที่สามารถช่วยเปิดโอกาสในการทำงาน และการทำธุรกิจแบบที่คุณอาจจะคิดไม่ถึง
1. ตั้งจุดยืนให้ชัด เพื่อเตรียมรับโชคแบบเต็ม ๆ
ความโชคดีแรก เกิดได้จากการมี ‘ค่านิยมหลัก’ ซึ่งค่านิยมหลักมีความสำคัญ เพราะมันช่วยให้เรามีเป้าหมาย ในการใช้ชีวิต และเป็นเข็มทิศในการตัดสินใจ เพราะเมื่อเรารู้ว่าสิ่งไหนสำคัญ เราจะเลือกได้ว่าควรทำอะไร รับโอกาสแบบไหน หรือปฏิเสธอะไรที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต
หลายคนมองว่าโอกาสดี ๆ เกิดจากความบังเอิญ แต่ในความเป็นจริง โอกาสมักเกิดขึ้นผ่านความน่าเชื่อถือ, ความสัมพันธ์ และชื่อเสียงที่เราสะสมไว้จากการกระทำในแต่ละวัน ยิ่งเรายึดมั่นในค่านิยมของตัวเองมาก คนที่เห็นก็ยิ่งเชื่อใจ และอยากร่วมงานกับเรามากขึ้น และสิ่งเหล่านี้ คือจุดเริ่มต้นของ ‘ความโชคดี’ ที่เราสร้างขึ้นมาได้
เช่น ถ้าเรามีค่านิยมหลักว่า ‘ต้องมีจิตสำนึกและความซื่อสัตย์’ เมื่อมีคนขอให้ปลอมตัวเลขในรายงานค่าใช้จ่าย หรือพูดเกินจริงเกี่ยวกับสินค้า เราจะปฏิเสธได้ทันที เพราะรู้ว่ามันขัดกับค่านิยมหลักของเรา และเมื่อผู้คนเห็นความสม่ำเสมอในการตัดสินใจ ผ่านการกระทำต่าง ๆ ก็จะเกิดความไว้วางใจ และเมื่อถึงวันที่มีโอกาสสำคัญเกิดขึ้น คนเหล่านั้นก็อาจนึกถึงเรา
🌟 ความโชคดีแรก เกิดจากการมีค่านิยมหลัก คือการยึดหลักสำคัญ และสร้างความน่าเชื่อถือ ความจริงใจ ผ่านการลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ จนคนพร้อมที่จะเชื่อใจ นึกถึง และมอบโอกาสดี ๆ ให้กับเรานั่นเอง
2. เลิกคิดว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะดวงชะตา แล้วต้องยอมรับว่า ‘เราคือเจ้าของตัวเราเอง’
หลายคนมักมองว่าความสำเร็จ ความล้มเหลว หรือโอกาสในชีวิต เกิดขึ้นได้ด้วยโชค สถานการณ์ หรือคนรอบตัว จนทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่มีอำนาจ หรือการเปลี่ยนแปลงอะไรได้ด้วยตัวเอง ได้แต่รอวันที่โชคดีจะมาถึงเท่านั้น
คนประเภทนี้เรียกว่า ‘คนที่เชื่อในการควบคุมภายนอก (external locus of control)’ หรือคือคนที่มองว่าสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตขับเคลื่อนด้วยปัจจัยภายนอกทั้งหมด และอาจรู้สึกตลอดเวลาว่า ไม่ว่าจะทำอะไร พยายามแค่ไหน สุดท้ายผลลัพธ์ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งอื่น ไม่ใช่ตัวเรา
แต่ในความเป็นจริง คนที่จะสร้างความโชคดีได้ด้วยตัวเอง กลับเป็นประเภทที่เรียกว่า ‘คนที่เชื่อในการควบคุมภายใน (internal locus of control)’ หรือคือคนที่มีความคิดว่าการกระทำ ความพยายาม มันส่งผลต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ จึงทำให้คนประเภทนี้กล้าที่จะลงมือทำ เปิดใจกับสิ่งต่าง ๆ ได้มากกว่า แม้ว่าจะผิดพลาดแต่ก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อ
สิ่งสำคัญคือ เราควรมองชีวิตเป็น ‘ความรับผิดชอบของเรา’ มากขึ้น ไม่ต้องใช้เวลาไปกับการนั่งรอโชคดี นั่งรอโอกาส แต่หันกลับมาสร้างสิ่งเหล่านั้นได้ด้วยตัวเอง ผ่านความลงมือทำ และเชื่อมั่นในศักยภาพตัวเอง เมื่อเราเริ่มเชื่อในอำนาจการควบคุมของเรามากขึ้น ก็จะทำให้เราได้กล้าลองทำอะไรใหม่ ๆ ไม่ปิดกั้นตัวเอง และอาจได้พบเจอกับความโชคดีที่ซ่อนอยู่
🌟 ความโชคดีที่สอง คือการยอมรับว่า เราคือเจ้าของของตัวเราเอง เมื่อเราเชื่อว่าการลงมือทำสามารถส่งผลต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งก็จะทำให้เรากล้าออกไปลองทำอะไรใหม่ ๆ มากขึ้น และยิ่งเราทำมากขึ้นเท่าไหร่ โอกาส และความโชคดีก็จะเข้าใกล้เรามากขึ้นเท่านั้น
3. เว้นที่ว่างให้เรื่องที่ไม่คาดคิด และไม่ยึดติดกับชีวิตที่ต้องเป๊ะ
หลายคนพยายามวางแผน และใช้ชีวิตให้รอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่ายังมีสิ่งที่เราควบคุมได้เสมอ เพื่อลดความผิดพลาดให้มากที่สุด
บทความจาก Psychology Today อธิบายว่า มนุษย์เราถูกสร้างมาเพื่อแสวงหาความมั่นคง ในทางจิตวิทยา ปรากฏการณ์ความแน่นอน (certainty effect) อธิบายว่าคนมักให้คุณค่ากับสิ่งที่คาดเดาได้ และต่อต้านการเปลี่ยนแปลง เมื่อบางสิ่งเปลี่ยนไปอย่างไม่คาดคิด ซึ่งตอกย้ำชัดมากว่า คนส่วนใหญ่อาจไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นไปตามแผน แต่ในความเป็นจริง หลาย ๆ โอกาสมักซ่อนอยู่ในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เหล่านี้
Tina Seelig บอกว่า “ทุกการตัดสินใจที่เราทำ ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน ก็มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตมาก ทางเลือกนั้นอาจจะง่ายดายพอ ๆ กับการกล่าวคำทักทายกับคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ในแถว โทรหาเพื่อนร่วมงานเก่าที่ไม่ได้คุยด้วยมาหลายปี”
และยังเสริมอีกว่า “คนในแถวนั้นอาจจะกลายเป็นเพื่อนตลอดชีวิต หรือการโทรหาเพื่อนร่วมงานเก่าอาจจะนำไปสู่งานใหม่ที่น่าตื่นเต้นก็ได้”
เพราะความโชคดี มักมาในรูปแบบที่เราไม่ได้คาดหวัง แต่ซ่อนอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง หรือผู้คนต่าง ๆ รอบตัวที่เราเจอ ในแบบที่เราไม่ได้วางแผนเอาไว้เลย
🌟 ความโชคดีที่สาม คือการ ‘เว้นพื้นที่ว่าง’ ให้เรื่องที่ไม่คาดคิด และไม่ยึดติดกับกรอบการใช้ชีวิตที่ต้องเป็นไปตามแผน ลองเปิดโอกาสทำสิ่งใหม่ ๆ มองความเปลี่ยนแปลงเป็นความสนุก เพราะบางครั้งความโชคดี อาจมาในตอนที่เราเริ่มทำอะไรที่เราไม่คาดคิดนั่นแหละ
4. ความไม่เก่งคือสิ่งที่ทำให้เราพัฒนา และพาเราไปเจอโชค
คนหลายคนมักไม่ชอบให้ตัวเองรู้สึกเป็นคนไม่เก่ง และต้องรู้ทุกเรื่อง เพราะรู้สึกว่าการไม่เก่ง ไม่พร้อม คือเรื่องที่ไม่ดี แต่ความรู้สึกเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นในตอนที่เรากำลังก้าวออกจากประตูบานนึง เพื่อเข้าไปอีกบาน
Tina Seelig บอกว่า “คนที่โชคดีที่สุด ไม่ได้มองความรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง เป็นจุดอ่อน แต่กลับมองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต เพราะทุกประสบการณ์ใหม่ มาพร้อมกับความเป็นไปได้ของทั้งความสำเร็จ และความล้มเหลว”
ลองนึกถึงตอนเราเป็นเด็กที่กำลังหัดเดิน เราจะสะดุดตรงนั้น และล้มตรงนี้ แต่ทุกการสะดุด หรือล้มทุกครั้งมันเป็นบทเรียนที่ทำให้เราเข้าใกล้การเดินได้มากขึ้น เรื่องนี้อาจมองในแง่ของการทำงานได้เช่นกัน การที่เรารู้สึกไม่เก่ง หรือไม่มีประสบการณ์มันไม่ได้แปลว่าเราไม่ดี แต่มันเป็นเพราะนี่คือพื้นที่ใหม่ที่เราพึ่งได้ลองทำ
สำคัญคือเราต้องเลิกมอง ‘ความรู้สึกไม่เก่ง’ นี้ในแง่ลบ แล้วเปลี่ยนให้เป็นมุมมองเชิงบวก ที่พร้อมให้เราพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ เรียนรู้จากความผิดพลาด หรือสิ่งที่เจอต่อไป เพื่อรู้ว่าครั้งหน้าเราจะเก่งขึ้นได้จากอะไร
และเมื่อเราลองทำสิ่งใหม่ เปิดโอกาส มองความผิดพลาดเป็นการเรียนรู้ก็จะทำให้เราได้มีโอกาส และเข้าใกล้ความโชคดีมากขึ้นนั่นเอง
🌟 ความโชคดีที่สี่ คือการยอมรับว่าความไม่เก่ง คือส่วนหนึ่งของการพัฒนา เมื่อเราก้าวเข้าสู้ประตูหลาย ๆ บาน บางครั้งโชคดีที่อาจจะรออยู่ในประตูบานถัดไปที่เราจะเปิดก็ได้
5. คนที่โชคดี คือคนที่มองเห็นคุณค่าที่มีอยู่ในตัวเอง และคนอื่น
การสร้างความโชคดีสุดท้าย คือการแสดงความ ‘ชื่นชม’ คนรอบข้างอยู่เสมอ เพราะการชื่นชม หรือขอบคุณ เป็นหนึ่งสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เรายอมรับในความพยายาม และทำให้คน ๆ นั้นรู้สึกมีคุณค่า ซึ่งมันอาจสร้างผลกระทบที่ตามมาได้มากกว่าที่คิด
แต่การแสดงความชื่นชมนี้ มักเป็นสิ่งที่คนมองข้าม ทั้งที่เป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ไม่เสียค่าใช้จ่ายมาก และไม่เสียเวลาเยอะ เช่น การขอบคุณต่อหน้า หรือส่งข้อความไปหา เพื่อให้เห็นว่าเราใส่ใจ และมองเห็นคุณค่าในตัวของเขา
ซึ่งฝั่งคนที่ได้รับคำชม ก็จะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และทำให้อยากสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเราต่อ แถมยังพร้อมให้ความช่วยเหลือ หรือสนับสนุนเราได้ในอนาคต
เพราะตามหลักธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนนั้นอยากตอบแทนสิ่งที่ได้มา รวมถึงการตอบแทนยังเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความไว้วางใจ และสัมพันธ์ทางสังคมดีขึ้นด้วย
รู้ว่าการชื่นชมคนรอบข้างช่วยสร้างความโชคดีได้ แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันก็คือการชื่นชมตัวเอง เพราะเมื่อเราเห็นคุณค่าของตัวเอง ในการพยายาม การลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ก็จะช่วยให้เรามีกำลังใจเดินหน้าหาโอกาสใหม่ ๆ มากขึ้น
🌟 ความโชคดีสุดท้าย คือการรู้จักมองเห็นคุณค่าของคนอื่น และตัวเราเอง เพราะยิ่งเราแพร่กระจายความรู้สึกดี ๆ ให้คนรอบข้างมากเท่าไหร่ ก็จะสร้างความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ที่ดีตามมา จนบางครั้งอาจกลายเป็นว่า คนเหล่านั้น คือคนที่พาโอกาสมาหาเราแบบที่เราไม่คาดคิดก็ได้
แปล เรียบเรียง: ธัญวรัตน์ ปกรณ์รัศมี
ที่มา
- Highly successful people do 5 things to get luckier in life, says Stanford leadership expert: ‘Good luck isn’t random or rare’
- Locus of Control: How Beliefs About Agency Shape Your Mental Health
- How Planned Happenstance Turns Setbacks Into Success
- The Reciprocity Norm: An Exploration of Robert Cialdini’s Principle of Reciprocity