ลีดเดอร์เคยรู้สึกเหมือนกันไหม ทำไมเวลาทำงานนาน ๆ เราถึงเริ่มรู้สึกว่า.. การตัดสินใจเริ่มแย่ลง?
ในหนึ่งวัน ลีดเดอร์ต้องเจอกับสารพัดงาน ทั้งงานใหญ่ งานด่วน งานจุกจิก หรือแม้แต่งานงอกที่ไม่คาดคิด ซึ่งทุกงานต้องใช้ความสามารถใน ‘การตัดสินใจ’ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด หรือผลกระทบที่ตามมา
ลีดเดอร์บางคนอาจติดกับดักความเชื่อที่ว่า ‘ความยุ่งเท่ากับความสำเร็จ’ ทำให้เวลามีงานแบบไหนเข้ามา ก็ต้องตัดสินใจให้ดีที่สุดในทุก ๆ เรื่อง ทำให้ต้องคิด วิเคราะห์ และไตร่ตรองอย่างละเอียดซ้ำ ๆ
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สมองของคนเราไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อผลิตผลงานอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่หยุดพัก การคิดที่มีขั้นตอนเยอะ และซับซ้อนมาก ๆ ในหนึ่งวันนั้น ส่งผลให้สมองของเราเกิดภาวะที่เรียกว่า ‘ภาวะล้าจากการตัดสินใจ (Decision Fatigue)’ ตามมา
งานวิจัยชี้ว่า สมองมีขีดจำกัดในการตัดสินใจอย่างมีคุณภาพในแต่ละวัน และเมื่อถูกใช้จนหมด จะทำให้สมองล้าจนตัดสินใจได้ช้าลง หรืออาจตัดสินใจผิดพลาดได้ ไม่ว่าจะเป็นลีดเดอร์ที่วิเคราะห์เก่งแค่ไหนก็ตาม
เพราะเมื่อพลังความคิดลดลง ความอดทนก็ลดตามไปด้วย และทำให้คนส่วนใหญ่ที่ล้าอาจเลือกทางที่ง่ายที่สุด แทนที่จะเป็นทางที่ดีที่สุด เพราะรู้สึกเหนื่อย
ลองเช็กดูให้ดี! ถ้าคุณมีพฤติกรรมใน Checklist นี้ นี่อาจเป็นสัญญาณว่า ถึงเวลาแล้วที่สมองของคุณต้องหยุดพัก
- เริ่มเลื่อนการตัดสินใจเรื่องง่าย ๆ ออกไปก่อน
- เริ่มหลีกเลี่ยงการตัดสินใจในเรื่องสำคัญ หรือให้คนอื่นตัดสินใจแทน เพราะตัดปัญหาในการคิด
- รู้สึกหมดแรงในการคิดตั้งแต่ช่วงกลางวัน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ออกแรงทำอะไรมาก
- เมื่อต้องตัดสินใจ จะเลือกตอบแค่ ‘ใช่’ กับ ‘ไม่’ เพื่อให้เรื่องนั้นจบเร็ว ๆ
พฤติกรรม 4 อย่างนี้ คือสัญญาณอ่อน ๆ ที่ชี้ว่า ตอนนี้สมองของคุณกำลังล้าอยู่โดยที่ไม่รู้ตัว คำถามที่ตามมาคือ แล้วเราสามารถจัดการกับมันยังไงได้บ้าง?
บทความจาก Psychology Today กล่าวว่า “เราสามารถจัดระบบชีวิตเพื่อเพิ่มพลังในการตัดสินใจได้ ด้วยการเข้าใจความล้าจากการตัดสินใจ และใช้กลยุทธ์การบริหารความคิด เพื่อช่วยเก็บรักษาพลังทางความคิด ในการตัดสินใจ ซึ่งจะช่วยผลักดันความสำเร็จในการทำงานได้”
รู้จัก 6 เทคนิคในการบริหารความคิด ให้สมองฟิต ไม่ฝืด
1. ‘ลด’ เรื่องที่ต้องคิด และ ‘ตัด’ เรื่องจุกจิกที่ไม่สำคัญออกไป
อย่างที่รู้กันว่าภาวะล้าจากการตัดสินใจ (Decision Fatigue) เกิดจากการคิด และตัดสินใจซ้ำ ๆ ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำคือ ‘ไม่ต้องคิดทุกเรื่อง’ เช่น เรื่องในชีวิตประจำวัน หรือเรื่องที่สามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้ และเก็บพลังในการตัดสินใจไว้ใช้กับเรื่องที่สำคัญจริง ๆ แทน
ลองดู 2 วิธีที่สามารถปรับใช้ได้จริงเลยในวันพรุ่งนี้
ทำเรื่องประจำวันให้เป็น Routine ที่ไม่ต้องคิดเยอะ
เช่น อาหารที่กิน, วันที่จะออกกำลังกาย, สีของเสื้อผ้า และกิจกรรมที่ทำประจำทุกอาทิตย์
หยุดใช้แรงในการคิด แล้วใช้ระบบเข้ามาช่วยจัดการแทน
เช่น การต่ออายุสมาชิก, การตัดยอดจ่ายบิล และขั้นตอนการทำงานที่ทำซ้ำ ๆ
2. ตัดสินใจเรื่องใหญ่ ในช่วงที่ ‘สมอง’ พร้อมที่สุด
มีทฤษฎีชื่อว่า ‘Eat the Frog’ เทคนิคลำดับงาน ด้วยการเอางานหนัก ขึ้นมาทำก่อนเป็นอันดับแรก ในข้อนี้ก็ใช้หลักการเดียวกัน เพราะคนส่วนใหญ่มักจะมีความคิด, ความเร็ว, พลัง และความแม่นยำสูงที่สุดในช่วงเช้า การตัดสินใจเรื่องยาก ๆ หรือเรื่องใหญ่ ๆ ถ้านำขึ้นมาตัดสินใจในช่วงเช้าของวัน ก็มีแนวโน้มว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้
สามารถลองทำได้ผ่าน 3 วิธีง่าย ๆ ดังนี้
จัดเวลาเพื่อใช้เวลาคิดในช่วงเช้า
เช่น แบ่งเวลาช่วงเช้า 1-2 ชั่วโมง ในการคิด แบบที่ไม่มีใครรบกวน
ตามหารูปแบบ และการทำงานที่ตัวเองทำได้ดีที่สุด
เช่น สำรวจตัวเองว่า ทำงานในรูปแบบ หรือเวลาไหนแล้วจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพที่สุด
เลือกตารางการประชุมสำคัญ ในเวลาที่สมองฟิต
เช่น เก็บเรื่องที่ต้องใช้ตัดสินใจเยอะ ไว้ในเวลาที่พร้อมที่สุด ไม่ใช่เอาเรื่องสำคัญไปคุยตอนท้ายวันที่สมองล้าแล้ว
3. เลิกใช้งานสมองที่ล้า แล้วหาที่ปรึกษามาช่วยลดความเครียด และความกังวล
ลีดเดอร์ที่เก่ง มักติดกับดักการวิเคราะห์มากเกินไปจนไม่กล้าลงมือทำ และเกิดความกังวล ซึ่งการฝืนใช้สมองที่ล้าต่อไปเรื่อย ๆ อาจส่งผลในระยะยาวต่อ Performance หรืออาจก่อให้เกิดความเครียดสะสม และการมีคนช่วยเพิ่มมุมมอง จะสามารถลดความเครียดได้
สิ่งสำคัญคือต้องอย่ากลัวที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือใช้จิตบำบัดเข้ามาช่วย เพราะมันจะทำให้สามารถมองเห็นวิธีคิดที่ทำให้เกิดความเครียดลึก ๆ รวมถึงหาวิธีแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น
อาจลองเริ่มทำจาก 2 เรื่องนี้
อย่ารอให้ถึงทางตัน แล้วถึงค่อยหันมาดูแลตัวเอง
เช่น ถ้าหากรู้สึกว่าเครียดและกดดัน จนสมองตัน คิดงานไม่ออก ตัดสินใจไม่ได้บ่อย ๆ ลองหาเวลาว่างในวันหยุด 2-3 ชั่วโมงไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาสาเหตุและป้องกันก่อนจะส่งผลเสียที่แก้ไม่หาย
หาพื้นที่ปลอดภัย เพื่อระบายความกังวลออกไป
เช่น แบ่งเวลาว่างหรือวันหยุดเพื่อคุยกับใครสักคนที่ไว้วางใจได้ และอยู่นอกวงจรงาน เพื่อป้องกันความเครียดสะสมในระยะยาว
4. บริหาร ‘พลังในการตัดสินใจ’ ให้เหมือน ‘เงินที่อยู่ในบัญชี’
พลังในการตัดสินใจคือทรัพยากรที่มีจำกัด ลองจินตนาการว่าถ้า ‘พลังการตัดสินใจ’ เป็นเหมือน ‘เงินในบัญชี’ ที่มีเยอะแค่ไหนก็หมดได้ ถ้าใช้แบบไม่ระวัง ดังนั้นต้องบริหารจัดการพลังการตัดสินใจให้ดี เพื่อมีไว้ใช้ในเรื่องที่สำคัญ
ลองใช้หลัก 3 ข้อนี้เพื่อช่วยบริหารพลังได้ดียิ่งขึ้น
ตั้งเป้าหมายจัดการงานที่สำคัญในแต่ละวัน
เช่น เลิกทำทุกงานให้เสร็จ แล้วเลือกโฟกัสงานที่สำคัญในหนึ่งวันประมาณ 2-4 งานแทน เพื่อให้ได้ใช้ความคิดได้ถูกงาน
ส่งต่อการตัดสินใจในเรื่องจุกจิก ให้ทีมช่วยจัดการแทน
เช่น งานที่มีผลกระทบตามมาไม่เยอะ ให้ส่งต่อให้ทีมรับผิดชอบแทน เพื่อลดการคิดกับงานจุกจิก และเป็นการสร้างความมั่นใจให้ทีมให้กล้าตัดสินใจขึ้นด้วย
รวมเรื่องที่คล้ายกันไว้ด้วยกัน เพื่อตัดสินใจทีเดียว
เช่น รวบยอดตอบอีเมล ที่ยังไม่ได้ตอบ มาจัดการรอบเดียวในช่วงบ่าย แทนการเปิดอ่าน และคิดทีละฉบับตลอดทั้งวัน
5. หา ‘พื้นที่ว่าง’ ให้สมอง เพื่อชาร์จพลังในการตัดสินใจให้กลับมาแม่นยำอีกครั้ง
ภาวะล้าจากการตัดสินใจ (Decision Fatigue) นอกจากจะเกิดเพราะใช้ความคิดซ้ำ ๆ แล้ว ยังเกิดขึ้นเพราะเราไม่เคยให้สมองได้พักด้วยเช่นกัน บางครั้งอาจไม่ได้ใช้สมองในการตัดสินใจทั้งวัน แต่ถ้าใช้สมองแบบต่อเนื่องไม่หยุดพัก ก็เกิดภาวะนี้ได้ เพราะฉะนั้นควรแบ่งเวลาเพื่อให้สมองได้พักบ้าง แต่ก็ต้องพักอย่างถูกวิธี
ซึ่งสามารถแบ่งช่วงเวลาการพักได้หลายวิธี ดังนี้
พักสั้น ๆ เป็นช่วง ๆ ให้สมองสดชื่น
เช่น พัก 5-10 นาที ทุก 1 ชั่วโมงครึ่ง และในตอนพักก็หากิจกรรมที่ช่วยฟื้นฟูสมอง ไม่ว่าจะเป็นการทำสมาธิ หรือการเดิน
ใช้กฎ 20-20-20 ลดความล้าของดวงตา จากหน้าจอ
คือ ทุก 20 นาที ให้มองไปไกลอย่างน้อย 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อให้ตาได้พักจากแสงสีฟ้า ที่ทำให้สมองเพลีย และตาล้า
เว้นช่องว่างให้สมองได้มีพื้นที่ปลอดโปร่งเช่น หายใจเข้าและออกลึก ๆ หรือการเดิน 10 นาที เพื่อรีเซ็ตสมอง
6. สร้าง ‘ทางเลือก’ ล่วงหน้าไว้ เพื่อไม่ต้องมาใช้ความคิดใหม่ ในเรื่องเดิม
ขั้นตอนนี้ คือการลดขั้นตอนในการเลือกให้น้อยที่สุด เปลี่ยนการต้องนั่งคิดใหม่ทุกรอบ ให้กลายเป็นการสร้างระบบของ ‘ทางเลือก’ ที่วางแผนไว้แล้วล่วงหน้า วิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาการคิดวนไปวนมา และเสียเวลา การมีทางเลือก หรือสูตรสำเร็จในใจ จะช่วยให้เราไม่ต้องใช้สมองเปลืองกับเรื่องหยุมหยิม แล้วเอาแรงไปโฟกัสกับเรื่องที่สำคัญจริง ๆ
ลองสร้างระบบในเรื่องง่าย ๆ เพื่อให้ไม่ต้องคิดในเรื่องที่ไม่จำเป็นมากเกินไป ใน 2 ข้อ
ทำ Checklist มาตรฐานสำหรับงานที่ต้องทำบ่อย ๆ
เช่น ถ้าต้องตรวจงานก่อนส่ง ให้ดูตาม Checklist เลยว่าต้องเช็กอะไรบ้าง (เช็กคำผิด เช็กหัวข้อ เช็กเนื้อหา) เพื่อให้ทำงานได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องมานั่งนึกใหม่ทุกรอบว่าต้องตรวจอะไรบ้าง
เตรียมตารางงาน ‘พรุ่งนี้’ ไว้ตั้งแต่ ‘วันนี้’
เช่น หลังเลิกงานลองใช้เวลา 10-15 นาทีเพื่อวางแผนคร่าว ๆ ว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรบ้าง เพื่อให้เริ่มงานได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งคิดว่า วันนี้จะทำอะไรดี
เมื่อลีดเดอร์สามารถจัดการกับภาวะล้าจากการตัดสินใจ (Decision Fatigue) ได้ก็จะสามารถรักษาพลังทางความคิด ลดความเครียด และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ในระยะยาวอีกด้วย
คุณ Sansan Fibri (Founder ของ Wakefully) เคยกล่าวไว้ว่า “ประสิทธิภาพที่แท้จริงไม่ใช่การทำให้น้อยลง แต่คือการทำอย่างมีเป้าหมาย ความเหนื่อยล้าจากการตัดสินใจไม่ได้เกิดจากการมีงานมากเกินไป แต่มันเกิดจากความเชื่อที่ว่า ยิ่งคุณทำมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีคุณค่ามากขึ้นเท่านั้น” ซึ่งยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า การทำงานให้มากขึ้น ไม่ได้แปลว่างานจะดีขึ้น หรือสำเร็จเสมอไป
แปล เรียบเรียง: ธัญวรัตน์ ปกรณ์รัศมี
ที่มา
- How High Performers Overcome Decision Fatigue
- The Productivity Paradox
- How Decision Fatigue Quietly Sabotages Leadership And What To Do