เป็นเวลานานกว่า 6 ปี แล้ว ที่เราไม่ได้เห็นการ Live Demo สด ๆ จาก Apple Keynote โดยการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในวันที่ 22 มิถุนายน 2020 จากเหตุการณ์โควิดที่ทำให้การ Live Demo นัดเหล่าอินฟลูฯ และสาวกมารวมตัวกัน ไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสม ณ ช่วงเวลานั้น
แต่ถึงแม้ว่าโควิดจะหมดไป คำถามคือ "แล้วทำไม Apple ไม่กลับมาทำ Live Demo อีกครั้ง?" ทั้ง ๆ ที่เจ้าอื่น ๆ เค้าทำ Live Demo กันหมด ได้เห็นหน้าผู้บริหารตัวเป็น ๆ และอย่างที่เรารู้ว่า การนำเสนอถ้าใช้ "เสียงจริง" จะช่วยทำให้คนฟัง "อิน" กับสิ่งที่เราพูดมากกว่าคลิปวิดีโอ
วันนี้จะมาวิเคราะห์ว่า "เพราะอะไร" และ "ทำไม" Apple ถึงไม่กลับไปทำ Live Demo อีกครั้งเสียที
1. ลดความเสี่ยงในการ Demo พลาด
การ demo สดไม่ใช่เรื่องง่าย มีโอกาสผิดพลาดได้ตลอดเวลา และมันจะไม่คลูแน่ ๆ ถ้าจะพังต่อหน้าคนเป็นพันในห้องและคนเป็นล้านที่ดูสด ในอดีีตแม้แตสติฟ จ็อบส์ เองก็ยังเคยพลาด เพราะปัญหา hardware บ้าง ปัญหา Wifi บ้าง แต่ด้วยความเป็นจ็อบส์ เขาสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และเอาตัวรอดได้แบบเนียน ๆ เคล้าเสียงหัวเราะ โดยไม่ทำให้คนดูผิดหวัง
2. เพราะคนส่วนใหญ่ดูผ่านจอที่บ้าน
ดังนั้นการออกแบบให้เหมาะกับคนดูผ่านจอ คือโฟกัสไปที่ลูกค้าจำนวนมาก น่าจะดีกว่าการ Live ให้กับคนดูหลักพันคนในห้อง auditorium
3. เพราะคนนำเสนอเป็นคนทำงานตัวจริง
การเล่าเรื่องจึงอาจไม่เก่งเท่าคนขายของ อย่างที่เราเห็นว่าคนที่ออกมาเล่าเรื่อง มานำเสนอสินค้านั้นมีตำแหน่งเป็น software engineer บ้าง เป็นคนออกแบบบ้าง ดังนั้นไม่ใช่ทุกคนที่จะทำงานเก่ง และขายของเล่าเรื่องเก่ง โดยเฉพาะการ Live demo ที่ต้องสะสมประสบการณ์กันหลายปี
4. การนำเสนอแบบคลิปวิดีโอคือทางออกที่แก้ไขได้
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา ทำให้การถ่ายคลิปล่วงหน้าเป็นทางออกที่เหมาะสมเพราะสามารถตัดต่อ แก้ไข ถ่ายใหม่ เขียนสคริปต์ ได้
แต่ไฮไลท์อยู่ตรงนี้...คำถามคือ แล้วทำไมไม่หาคนที่ขายของเป็น พูดเก่ง มาทำ Live Demo โน้มน้าวให้คนอินกับสินค้าใหม่?
5. เพราะว่า Apple ไม่ได้อยู่ในจุดที่ "ต้องโน้มน้าว" ให้คน "หลง" อีกแล้ว
แต่ต้อง "นำเสนอความจริง" ที่ "น่าเชื่อถือ" ให้ลูกค้า Apple โดดเด่นเรื่องการทำสินค้าคุณภาพ ไร้ที่ติ การที่นักพัฒนาตัวจริงออกมาพูด มาเล่าให้เราฟังว่าชิปภายในเครื่องเป็นอย่างไร การวางแบตเตอรี่อยู่ตรงไหน จึงเป็นการนำเสนอ "ความมืออาชีพ" มากกว่าการให้เซลล์ออกมาโน้มน้าวให้หลงเชื่อ
6. Apple รู้ว่าลูกค้าตัวเองไม่อยากผิดหวัง
หนึ่งในหลักของการนำเสนอคือการมี Testimonial หรือคำยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญ และคนทำงานที่นำเสนอไม่เก่งนั่นแหละคือผู้เชี่ยวชาญ! Apple สามารถสื่อสารไปยังลูกค้าของตัวเองได้ว่าสินค้าดีจริง ผ่านการคิดมาอย่างดีจริง โดยผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ และคนเหล่านั้นยืนอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว!!
7. การขายผ่านคลิปวิดีโอไม่ใช่เรื่องง่าย
ลองนึกภาพคุณไปขายของให้ลูกค้าแล้วบอกเขาว่าจะส่งคลิปให้ไปนั่งดูเอง คุณคิดว่าจะมีลูกค้ากี่คนที่ยอมตัดสินใจซื้อของโดยไม่เจอหน้าคุณเลย? แต่ Apple ทำได้ เพราะ Apple ขาย TRUST ที่ตัวสินค้า ไม่ใช่ที่ตัวบุคคลอีกต่อไป ลูกค้าของ Apple ไม่ได้ซื้อสินค้าเพราะ สตีฟ จ็อปส์ หรือ ทิม คุก หรือ จอห์น เทอร์นัส แล้ว แต่ซื้อเพราะความเป็น Apple
8. Apple ก้าวข้ามผ่านการขายด้วย Personal Branding แล้ว
ลองนึกภาพ Nvidia ไม่มี Jensen Huang หุ้นจะร่วงขนาดไหน แต่วันนี้ Apple ไม่ว่าจะเปลี่ยน CEO เป็นใคร เขาได้ผ่านการพิสูจน์แล้วว่า CEO ก็คือหนึ่งในทีมงานที่ร่วมสร้างสรรค์สินค้าและขับเคลื่อนองค์กรไม่ต่างกับคนอื่น ๆ ในทีม
สรุป…ส่วนตัวแรก ๆ ผมก็ไม่ชอบการนำเสนอแห้ง ๆ แบบ Apple เพราะมันดูน่าเบื่อ แต่ที่แปลกคือ ทั้ง ๆ ที่มันน่าเบื่อแต่ทำไมเราดูกันจนจบ และหากอ่านจากที่วิเคราะห์ จะเห็นว่าจริง ๆ การทำ Live Demo ด้วยคนพูดเก่งอาจจะง่ายกว่าการนำเสนอผ่านคลิปวิดีโอโดยคนทำงานที่พูดไม่คล่องด้วยซ้ำ แต่เพราะ Apple รู้ว่าเขาคุยกับใคร และคนฟังอยากฟังอะไร และตัว Apple เองมีจุดแข็งอะไร