ลองตั้งคำถามในชีวิตประจำวันทั่วไป ผ่านจอใหญ่ในโรงภาพยนตร์ กับ Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) ผลงานล่าสุดของผู้กำกับมากฝีมือ ‘เต๋อ นวพล’ ที่ไม่ได้ถามแค่ ‘พนักงานใหม่’ แต่ถาม ‘ทุกคน’ บนโลกใบนี้
เชื่อว่าคนทำงานแทบทุกคนจะมีคำถามที่คาใจอยู่ในบางเรื่อง ตั้งแต่งานที่ไม่อยากทำ ไปจนถึงคำถามที่ว่า ‘เรามีชีวิตไปเพื่ออะไร’ แต่แปลกที่บางครั้ง เราเองยังไม่เคยลองหาคำตอบกับมันแบบจริง ๆ จัง ๆ หรืออาจถูกตีกรอบคำตอบของคำถามนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ
ภาพยนตร์ไทยเรื่องใหม่ของ ‘เต๋อ นวพล’ เรื่องนี้ จะให้เวลาและพาเรากลับไปทบทวน, ตกตะกอนความคิด และทำความเข้าใจตัวเอง เพื่อหา ‘คำตอบ’ ในแบบที่เป็นตัวเรา

ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์สำหรับคนทำงาน แต่คือ ‘ทุกคนที่มีคำถามอยู่ในใจ’
หลายคนอาจคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เหมาะสำหรับคนที่เป็น ‘พนักงานใหม่’ เท่านั้นหรือเปล่า? แต่ขอบอกเลยว่าไม่ใช่ เพราะคำว่า ‘พนักงานใหม่’ ในที่นี้หมายถึงทั้งพนักงานออฟฟิศ และเราทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ เพราะฉะนั้นมันเลยไม่ได้เป็นแค่เรื่องในออฟฟิศ แต่คือเรื่องของเราทุกคนที่ใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน ที่ต้องทำอะไรบางอย่าง เพื่ออะไรบางอย่าง และนี่คือเหตุผลที่ใช้ชื่อเรื่องว่า ‘พนักงานใหม่’ นั่นเอง
หนังเรื่องนี้เป็นเหมือน ‘คำถามในชีวิตประจำวัน’ ที่อาจจะเคยเกิดขึ้นกับใครสักคน และบางครั้งมันก็ยากเกินกว่าจะตอบได้ เช่น สิ่งนี้ไม่ถูกต้อง แต่เราต้องทำมันอยู่ดี ในตัวหนังจะมีคำถามประเภทนี้ที่จะถามคนดูผ่านตัวละครในเรื่อง ให้คนดูได้ ‘คิด’ เกี่ยวกับสิ่งที่ตัวละครทำอยู่เรื่อย ๆ แล้วหันมามองคิดกับตัวเองว่า ‘แล้วถ้าเป็นเราจะเลือกทำแบบไหน?’
ท้ายที่สุดถ้าเราเจอคำถามในเรื่องที่ยังหาคำตอบไม่ได้ เราอาจจะต้องพูดคุยกับคนอื่นมากขึ้น เพื่อหาคำตอบนั้น เราอาจตอบไม่เหมือนกัน หรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คนอื่นตอบ แต่เราสามารถ ‘เรียนรู้จากคำตอบเหล่านั้น’ และเลือกบางอย่างไปใช้ในชีวิตของเราในอนาคตได้
“ถ้าเราเห็นแล้วเราไม่เข้าใจ เราก็ตั้งคำถามว่า ‘ทำไม’ และไปหาคำตอบ หรือเราพยายามจะเข้าใจคนที่ไม่เหมือนเรา ถ้าเรามีสกิลนี้อยู่ในตัว เวลาเราเจอปัญหาอะไรในอนาคต เราจะสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ดีขึ้น จากการเรียนรู้ผ่านมุมมองของคนอื่น”

คำถามเป็นเรื่องที่เจอได้ทุกวัย ไม่ต้องแปลกใจถ้าบางครั้ง ‘คำตอบ’ ไม่เหมือนเดิม
เพราะทุกช่วงอายุจะมีคำถามที่เกิดขึ้นใหม่ตลอด ทั้งเรื่องเดิมที่คำตอบเปลี่ยนไป หรือเรื่องใหม่ที่ยังหาคำตอบไม่เจอ คุณเต๋อเองยอมรับว่า เขาก็ยังเป็น ‘พนักงานใหม่’ อยู่ แม้จะเข้าสู่ช่วงวัยเลข 4 แล้วก็ตาม เพราะทุกอย่างเป็นความรู้สึกใหม่ทั้งหมด เช่น หน้าที่การงาน หรือตำแหน่งต่าง ๆ มันก็ค่อนข้างไม่เหมือนเดิม ถึงแม้บางทีจะรู้สึกว่าประสบการณ์ อายุงาน จะทำให้เราเป็น ‘พนักงานเก่า’ แต่ในช่วงชีวิตของคนเรา ก็ต้องเจอเรื่องที่รู้สึกใหม่อยู่ดี
หนังของคุณเต๋อทุกเรื่อง คือ ‘คำถามของเต๋อ’ ไม่ว่าจะเป็น Mary Is Happy, Mary Is Happy (2013) ในการตั้งคำถามเกี่ยวกับความสุข, ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ (2015) ที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิตที่ผูกไว้กับงาน หรือฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไรให้ไม่เหลือเธอ (2016) ตั้งคำถามเกี่ยวกับการเลือกทิ้งอะไรบางอย่างในอดีต ถ้าแบบนั้นทาง CREATIVE TALK เลยลองถามว่า คำตอบที่เคยตอบไว้ในหนังเรื่องเก่า ๆ ตอนนี้มันเปลี่ยนไปบ้างไหม?
คำตอบที่เปลี่ยนไปและเห็นได้ชัดมาจาก ฟรีแลนซ์ (ในปี 2015) ตอนนั้นแค่รู้สึกว่า โลกการทำงานถ้ามันหนัก หรือเหนื่อยแค่ไหน มันก็อยู่ที่ตัวเราเองที่ต้องปรับเปลี่ยน และหาจุด balance ในการทำงานให้เจอ แต่ผ่านไป 10 ปีตอนที่ได้ทำพนักงานใหม่ (ในปี 2026) กลับรู้สึกว่า ‘การแก้แค่นั้นมันไม่พอ มันต้องอยู่ที่ระบบด้วย’ เพราะต่อให้หาจุด balance ของตัวเองได้ แต่ถ้าระบบยังไม่ดี หรือระบบยังกดดันเราอยู่ เราก็ต้องหาจุด balance ไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันจบสิ้น
“ถ้าฟรีแลนซ์มาทำปีนี้ (2026) ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม ‘ยุ่น’ อาจจะต้องแข่งกับ AI ด้วย ไม่ใช่แค่แข่งกับเวลาอย่างเดียวแล้ว ถึงระบบการทำงานเหมือนเดิม แต่เทคโนโลยีเปลี่ยนไป ดังนั้นโจทย์ที่เคยเป็นโจทย์เดิม มันก็กลายเป็นโจทย์ใหม่”
อย่างที่บอกไปว่าสุดท้ายไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็มีโจทย์ใหม่ที่ตามมาเสมอ ในทางเดียวกันการแก้ปัญหาของเรื่องใหม่ก็เป็นสิ่งที่ยากเช่นกัน คุณเต๋อพูดด้วยน้ำเสียงติดตลกหน่อย ๆ ว่า
“ปัญหาก็คือปัญหา เวลาเราแก้ไม่ได้มันใหญ่ตลอดแหละ”
ถึงปัญหาไม่หายไป แต่เราสามารถจัดการมันได้ ถ้าเรา ‘เข้าใจตัวเอง’ มากพอ
เวลาคนเราเจอปัญหา สิ่งแรกที่ทำคือการมองหาคำตอบจากคนอื่นเพื่อเอามาใช้กับสิ่งที่ตัวเองเจอ แต่ในความเป็นจริง คำตอบของคนอื่นมันจะ based on ชีวิตของคน ๆ นั้น และบางครั้งมันก็ไม่สามารถใช้กับตัวเราได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นเราต้องรู้จักตัวเองก่อนว่า ‘เราต้องการอะไร’
อันดับแรกเลยคือเราต้อง ‘เข้าใจตัวเองให้มาก ๆ’ ถึงจะรู้ว่าควรแก้ปัญหาแบบไหน

“หลาย ๆ ครั้งที่เราแก้ปัญหาไม่ได้ มันเป็นเพราะไม่รู้ว่าเราจะเอาอะไร เราควรจะต้องเป็นแบบไหน เหมือนกลัวไปหมดว่า เราเป็นแบบนี้ได้ไหม เราเป็นแบบนั้นได้ไหม จริง ๆ แล้วคนเราเป็นแบบไหนก็ได้ แต่ต้องรู้จักตัวเองก่อนว่า เราเป็นอะไร”
เมื่อเรารู้จักตัวเราดีแล้ว เราจะค่อย ๆ หาวิธีปรับตัว หรือว่าแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้เอง เพราะในแต่ละเรื่องมันไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว เพียงแต่เราต้องหาคำตอบในแบบของเราเอง ผ่านการเรียนรู้มุมมอง หรือวิธีคิดใหม่ ๆ จากคนอื่น
“พอเราโตมาสักนิดนึง เราจะพบว่า ‘มันไม่มีคำตอบไหนที่ absolute’ ตอบแบบนี้มาใช้ได้หมดทุกเคส เพราะเงื่อนไขชีวิตของเราก็ไม่เหมือนกัน เราแค่ต้องฟังให้มันเยอะที่สุดเพื่อเป็น choice ให้เรา ว่าการแก้ปัญหาหนึ่งเรื่อง มันมีวิธีแก้แบบไหนได้บ้าง การที่เราอ่านเยอะ ดูเยอะ คุยเยอะ ฝึกคิดกับมันบ่อย ๆ จะช่วยให้เราเจอทางอื่น ๆ มากขึ้น”
ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานใหม่ในบทบาทไหนก็ตาม คุณต้องรู้จักตัวเอง และที่ที่ตัวเองอยู่ให้ดี เพราะถึงแม้ปัญหาที่มีจะไม่ได้หายไป แต่เวลามีปัญหาอะไร คุณจะจัดการง่ายขึ้น เพราะรู้แล้วว่า ต้องการอะไร ชีวิตจะเป็นแบบไหน หรือถ้าเจ็บตรงนี้ จะใช้วิธีไหนที่ทำให้ไม่ต้องรู้สึกแบบนั้นอีก
“เราว่าปัญหาอยู่คู่กับการเป็นคนตลอดชีวิตแหละ การทำงานทุกอย่างมีปัญหาหมด แต่เราต้องหาตัวเองให้เจอว่า ‘จุดเจ็บของเราอยู่ตรงไหน’ และเราพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น หรือพยายามบรรเทาให้ถูกจุด เพราะถ้าเราเจ็บตรงนี้ และไปบรรเทาตรงนั้น ความเจ็บตรงนี้ก็ยังอยู่อยู่ดี”

ตอบคำถามในชีวิต ด้วยการเข้าใจวิธีคิด และยอมรับในความแตกต่าง
สิ่งสำคัญที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการถ่ายทอดให้เราได้ดู คือการได้มองเห็นคนอื่น ๆ ที่ไม่เหมือนกับเรา และอาจจะมีวิธีคิดที่ไม่เหมือนเรา เพราะหลายครั้งเราจะเข้าใจชีวิต หรือว่าเข้าใจปัญหาบางอย่างได้ มันมาจากการที่เราได้มองเห็น ได้ฟัง ได้รับรู้วิธีคิดจากมุมอื่น ๆ ไม่ว่าจะใคร ตำแหน่งไหนก็ตาม เพราะฉะนั้นเราควรมองคนอื่นเป็นคนที่มีชีวิตจิตใจและมีบริบทที่แตกต่างจากเรา จุดนี้คือจุดที่ทำให้เราเข้าใจโลก เข้าใจปัญหาบางอย่างมากขึ้น หรือถึงแม้สุดท้ายจะไม่ได้คำตอบ แต่ว่าเราก็จะรู้ว่า มีคนที่เหมือนเราอยู่บนโลกใบนี้เหมือนกัน
คุณเต๋อกล่าวทิ้งท้ายว่า
“หวังสุด ๆ ให้หนังเรื่องนี้เป็นตัวกลางที่ทำให้คนคุยกันบ้าง ออนไลน์ก็ยังดี หรือว่ามาเจอกันรวมกลุ่มช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ หรืออย่างน้อยเข้าใจว่าคนเรามันมีหลากหลายแค่นี้ก็ดีมาก ๆ แล้วครับ”
Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) วันที่ 29 มกราคมนี้ ในโรงภาพยนตร์
