รู้ไหมว่า.. ยุคนี้คือยุคที่คนไทยอายุยืนขึ้นกว่าเดิมมาก ผู้ชายอายุเฉลี่ยประมาณ 72 ปี ส่วนผู้หญิงอายุเฉลี่ยประมาณ 80–84 ปี แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือว่า พออายุยืนขึ้น เงินที่ออมไว้ไม่พอใช้นี่แหละ!
ในเซสชัน Life Span x Wealth Span: อายุยืนคือของขวัญ เงินที่ตามทันคือของจริง จากงาน LONG LIFE FEST 2026 ชี้ให้เราได้เห็นว่า สุขภาพ กับเรื่องของเงินนั้นใกล้กันมาก ๆ ทุกคนอยากมีสุขภาพที่แข็งแรง อยากมีเงินเยอะ ๆ แต่หลาย ๆ ครั้งเลือกที่จะผัดวันประกันพรุ่งมากกว่าจะเริ่มออกกำลังกาย หรือเริ่มลงทุน
การมี Longevity เป็นเรื่องดี แต่บางทีก็กลายเป็นความเสี่ยง
อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า วันนี้คนไทยนั้นมีอายุยืนกว่าแต่ก่อน แต่ปัญหาคือเงินไม่พอใช้ ไม่ใช่เพราะคนไม่วางแผน แต่วางแผนไว้แล้ว แต่อายุดันยาวกว่าที่คิด!
คุณเผ่า - ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO, Jitta Wealth แชร์ให้ฟังว่า ปรากฏการณ์ “โรกูโฮไก (老後崩壊)” ของประเทศญี่ปุ่น ที่แปลว่า ‘ภาวะล้มละลายในวัยชรา’ เป็นหนึ่งในบทเรียนสำคัญของการบริหารเงินมาก ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ คนญี่ปุ่นวางแผนเตรียมเงินไว้ถึงอายุ 80 แต่อายุดันอยู่เกินไปจนถึง 90-100 ปี ทำให้เงินที่เก็บมาหมดก่อนที่จะตาย ทำให้สุดท้ายต้องมานั่งลำบากเงินไม่พอใช้
ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ มีชื่อเรียกว่า ‘Longevity Risk’ คืออยู่ยาวเกินไป โดยไม่ได้คำนึงถึงความเสี่ยงอื่น ๆ ที่ตามมา ซึ่งหลัก ๆ จะมี 3 ความเสี่ยงที่อาจตามมา หลังจากที่เราวางแผนเกษียณแล้ว คือ
🔷 อายุยืนกว่าที่คิด > คือการที่อายุยืนขึ้น การแพทย์ดีขึ้น และเราต้องใช้เงินมากขึ้น
🔷 ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด > ส่วนนี้คือส่วนที่คนมักวางแผนพลาด เพราะเรามักจะคำนวณแค่ค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากที่กิน อยู่ ใช้ ยังมีอีกมากมายที่ต้องเปลี่ยน เช่น รถเสีย, บ้านต้องซ่อม หรือบางทีก็โดนมิจฉาชีพหลอกเอาตังไปจนหมด
🔷 เงินที่มีไม่พอ และไม่รู้จะวางแผนยังไงต่อ > พออายุยืนกว่าที่คิด ค่าใช้จ่ายก็มากขึ้นกว่าเดิม เงินที่มีก็ไม่พอ แถมไม่รู้จะเอาไปลงทุนยังไง ไม่เข้าใจว่าจะต่อยอดจากไหน สุดท้ายก็ต้องกลับไปหางาน หรือรายได้เสริมเพื่อมีเงินใช้ประทังชีวิต
ทั้งหมดนี้เกิดจากการที่เราวางแผนได้ไม่ครอบคลุมมากพอ เพราะยังไม่เห็น ‘ภาพรวมของชีวิต’ ทำให้หลาย ๆ อย่างเวลาเกิดสิ่งไม่คาดคิดก็จะรวนและเละไปหมด ดังนั้นสิ่งสำคัญที่จะแก้ปัญหา Longevity Risk เราก็ต้องถอยออกมามองภาพรวมทั้งหมดของชีวิตก่อน
ออกแบบ ‘ภาพรวมชีวิต’ ด้วยวิธีคิดแบบ 5W + 1H
คุณตู่ - เจตน์เมริน เจตน์ระวีโชติ Senior Director - Consumer Marketing และ ที่ปรึกษาทางการเงิน CFP® บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต บอกเราว่า การวางแผนเกษียณไม่ได้มีแค่ตัวเลขทางการเงิน แต่ต้องเริ่มจากการตอบคำถามเรื่องที่อยู่อาศัย และผู้คนรอบข้างที่ต้องดูแลด้วย หรือสามารถใช้เฟรมเวิร์ก ‘5W + 1H’ ที่มาจาก WHO, WHAT, WHEN, WHERE, WHY และ HOW
แต่คำแนะนำสำคัญที่คุณตู่อยากบอก ไม่ใช่การเริ่มจาก What หรือ Why แต่ให้เริ่มจาก Where, Who และ How ก่อน เพราะสิ่งที่จำช่วยกำหนดภาพรวมชีวิตหลังเกษียณได้ชัดที่สุด คือการที่เรารู้ว่า ‘เราอยู่ที่ไหน’, ‘เราอยู่กับใคร’ และ ‘อยู่ยังไง’ เพราะ 3 อย่างนี้คือค่าใช้จ่ายแฝงที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม และค่อยไล่ไปเรื่อย ๆ
🔷 Where หรือ เราจะอยู่ที่ไหน? > เวลาที่เราอยู่บ้านเดิมต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่มักถูกลืม เช่น การปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน เพื่อให้ปลอดภัยสำหรับวัยชรา ในขณะที่การย้ายไปอยู่บ้านพักคนชราหรืออยู่กับลูกหลานก็จะมีแผนค่าใช้จ่ายที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
🔷 Who หรือ เราจะอยู่กับใคร? > แผนการเงินต้องครอบคลุมภาระของ “คนที่เรารัก” ด้วย ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ที่อายุมากขึ้น หรือลูกหลานที่ยังพึ่งพาตัวเองไม่ได้
🔷 How หรือ เราจะอยู่ยังไง? > ถ้ารู้ทั้งบ้าน และคนที่จะอยู่ด้วยแล้ว ก็จะได้วางแผนต่อได้ว่าเราควรจะทำยังไงต่อดี
เมื่อได้ 3 ข้อนี้แล้ว ค่อยวางแผนข้ออื่น ๆ ต่อ และเมื่อทุกอย่างเริ่มชัดเจนมากขึ้น เราก็จะรู้วิธีบริหารเงินให้สามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นตอนเกษียณได้
อย่าพึ่งคิดจะลงทุนหมดหน้าตัก ถ้ายังไม่รู้จัก ‘wealth management’
คุณเผ่าบอกให้เราฟังว่า ก่อนที่เราจะบริหารเงิน หรือลงทุนได้ ต้องเข้าใจเรื่องของ wealth management ก่อน ซึ่งแบ่งเป็น 4 Phase คือ
💸 Wealth Creation: การสร้างกระแสเงินสด ด้วยการสร้างรายได้เข้ามาในมือ
💸 Wealth Protection: คือการแบ่งเงินมาป้องกันความเสี่ยง (เช่น ทำประกันสุขภาพ หรือโรคร้ายแรง เป็นต้น) เพื่อไม่ให้เงินทุกส่วนต้องถูกดึงออกมาใช้แบบสะเปะสะปะ
💸 Wealth Accumulation: คือการเอาเงินที่มีไปต่อยอดเพื่อสร้างการเติบโต (เช่น การลงทุน เป็นต้น)
💸 Wealth Transfer: คือการวางแผนมรดกเพื่อส่งต่อสินทรัพย์ให้คนรุ่นหลังต่อไป
4 เรื่องนี้จะเป็นจุดวัดใจว่า แผนการเงินของเรามันจะสามารถยืนยาวได้เท่าอายุหรือไม่ คุณเผ่า บอกเราว่า “เงินทุกบาททุกสตางค์ของเรามันมีหน้าที่ และถ้าเราไม่ใช่คนกำหนดหน้าที่ของมัน จะมีคนอื่นกำหนดแทนเรา” ดังนั้นการที่เราเข้าใจเรื่องเหล่านี้จะทำให้เราสามารถวางแผนการเงินได้แม่นยำมากขึ้น
พอเข้าใจกระบวนของขั้นตอนของเงินแล้ว ก็จะทำให้เราจัดสรรปันส่วนการบริหารได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถจัดการได้ผ่านเทคนิค ‘4-3-2-1’
🔶 40% - คือเงินส่วนหนี้สิน จะใช้เช่ารถ ผ่อน iPhone หรือจะผ่อนบ้านก็ย่อมได้ แต่อย่าเกิน 40% ของเงินที่มี
🔶 30% - คือเงินส่วนค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จะใช้กิน ซื้อของฟุ่มเฟือย ให้รางวัลตัวเอง อยากได้เท่าไหร่จัดมาที่ส่วนนี้
🔶 20% - คือเงินออม และการลงทุน อย่าคิดว่าการมีเงินเก็บแปลว่าดีแล้ว เพราะถ้าเงินอยู่เฉยแล้วไม่ต่อยอด บางครั้งมันก็จะหมดไปอยู่ดี ดังนั้นต้องแบ่ง 20% ของเงินที่มีไว้ลงทุนด้วย
🔶 10% - คือเงินที่ใช้กับการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือซื้อประกัน ถึงจะดูเหมือนประกันเป็นสิ่งที่จ่ายแล้วทิ้ง แต่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ประกันนี่แหละคือสิ่งที่จะรองรับ และช่วยเหลือเราได้ในจุดนั้น ดังนั้นจงอย่าลืมลงทุนกับการดูแลหรือคุ้มครองตัวเองด้วย
แต่ทั้งคู่ก็ยังอยากเน้นย้ำว่า การที่จะลงทุน หรือการจะซื้อประกันไม่ใช่เรื่องที่ทำได้เลย ต้องอาศัยความรู้ เพราะไม่งั้นมันจะสร้างความเสี่ยงหนักกว่าเดิม ถ้าไม่อยากมีความเสี่ยง ต้อง ‘หาความรู้’ อยู่เสมอ ๆ โดยเฉพาะเรื่องการลงทุน และการซื้อประกัน
สุดท้ายนี้ในยุคที่คนอายุยืนขึ้น แต่เงินกลับน้อยลงเรื่อย ๆ การออกแบบภาพรวมชีวิต, ทำความเข้าใจการบริหารเงิน และบริหารเงินด้วยเทคนิคที่ทำได้จริง คือสิ่งที่จะช่วยลดปัญหา Longevity Risk ให้น้อยลงได้
และนี่คือสรุปจากเซสชัน Life Span x Wealth Span: อายุยืนคือของขวัญ เงินที่ตามทันคือของจริง จากงาน LONG LIFE FEST 2026 โดยคุณเจตน์เมริน เจตน์ระวีโชติ Senior Director - Consumer Marketing และ ที่ปรึกษาทางการเงิน CFP® บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต และคุณตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO, Jitta Wealth