Self Management บริหารจัดการตัวเองอย่างไร ไม่ให้เป็นภาระของ "ตัวเราเอง" ในอนาคต
ปัจจุบันคือรากฐานเพื่อไปสู่ออนาคตที่เราต้องการ หลายครั้งที่เรามักตกอยู่ในวังวนของการตั้งคำถามว่า
“เราจะเดินไปให้ถึงอนาคตที่สดใส หรืออนาคตที่คาดหวังไว้ได้อย่างไร ?”
แม้ว่าอนาคตจะเป็นสิ่งคาดเดาได้ยากและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า พฤติกรรมในปัจจุบันของเราล้วนทำเพื่ออนาคตทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย, การซื้อประกัน หรือการออมเงิน โจทย์สำคัญคือเราต้องหมั่นสำรวจตัวเองตลอดเวลาว่า ปัจจุบันเรายืนอยู่จุดไหน และ อนาคตที่เราวาดฝันไว้เป็นอย่างไร
เพราะอนาคตจะดีไม่ได้เลย ถ้าวันนี้ยังไม่ดี ปัจจุบันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เหมือนคำสอนของคุณพ่อคุณโน้ตเมื่อ 20 ปีที่แล้วที่เคยบอกไว้ว่า
“จงละเอียดกับตัวเอง ก่อนจะไปละเอียดเรื่องของคนอื่น”
นั่นคือการกลับมาโฟกัสและจัดการกับสิ่งที่เราทำ เพราะตัวเราเองคือสิ่งเดียวในโลกนี้ที่เราสามารถควบคุมได้อย่างแท้จริง
ข้อคิดที่น่าสนใจจากบทเรียนความเงียบ 3 วันบนเกาะสีชัง
คุณโน้ตได้แชร์ข้อคิดจากการไปปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งหนึ่งบนเกาะสีชัง เป็นเวลา 3 วัน สิ่งที่คุณโน้ตต้องทำตลอด 3 วันที่อยู่ที่นั่นคือการเดินไปเดินกลับ ไม่พูดคุยกับใคร กลางคืนนั่งสมาธิ นอนสามทุ่ม และตื่นตีสี่มาเดินต่อ ทำให้คุณโน้ตได้ข้อคิดบางอย่างกลับมา
- การปฏิบัติธรรมไม่ได้การันตีว่าเป็นคนดี! แต่เป็นเครื่องมือในการดึงสติมากกว่า
- ความคิดในหัวตัวเอง คือเสียงที่ดังที่สุด ในความเงียบที่คุณโน้ตไม่ได้คุยกับใครเลย สิ่งที่ได้ยินชัดเจนที่สุดคือเสียงความคิดของตัวเอง และที่น่าตกใจคือ เสียงเหล่านั้นมักเป็นเสียงสะท้อนคำพูดหรือความคาดหวังของคนอื่นที่เราเก็บมาคิด จนทำให้เราทุกข์หรือสุขไปตามเกณฑ์ของคนอื่น
- บทเรียนคาถาจัดการตนเองของคุณโน้ต → หากจะทำปัจจุบันให้ดี เราต้องควบคุมจัดการตนเองให้มากขึ้น ยุ่งเรื่องคนอื่นให้น้อยลง เพราะถ้าเรารู้เท่าทันตัวเอง เราจะไม่สั่งสอนโลก แต่เราจะสั่งสอนตัวเอง และเราจะเคารพตัวเอง เท่า ๆ กับที่เราเคารพผู้อื่น
Self Management การบริหารจัดการตนเองเพื่ออนาคตที่ดีใน 4 รูปแบบ
1. Self Mirroring การมองตัวตนตามความเป็นจริง
คุณโน้ตตั้งคำถามสำคัญว่า จะมีคนซักกี่คนที่กล้าส่องเข้าไปในใจเพื่อสะท้อนตนเองตามความเป็นจริง เรามักหงุดหงิด, ตั้งคำถาม, ด่าทอ และไม่พอใจสังคมภายนอก แต่กลับลืมตั้งคำถามกับตัวเองว่า แล้วตัวเราจะเอายังไงกับความไม่ดี ความไม่ชอบ หรือความไม่ถูกใจเหล่านี้ หลายครั้งการมองตนเองตามจริงต้องกำจัด bias เข้าข้างตัวเองออกไปให้ได้มากที่สุด
การทำ Self Mirroring มันเปรียบเหมือนต้นไม้หนึ่งต้น ถ้ารากไม่เน่าโอกาสที่เราจะเติบโตในอนาคตก็จะดี ซึ่งสิ่งนี้สำคัญมาก ๆ คุณโน้ตแนะนำให้ใช้ SWOT Analysis หรือ SELF SWOT มาเป็นเครื่องมือประเมินตัวเอง ว่าเรามีอะไรดี, มีอะไรพัง, อะไรที่ต้องระวัง และโอกาสอยู่ตรงไหน
S (Strength) จุดแข็งของเราคืออะไร หรือ เรามีอะไรดี ?
W (Weakness) จุดอ่อนของเราคืออะไร หรือ เรามีอะไรพัง ?
O (Opportunity) โอกาสอยู่ตรงไหน และ รอให้เราไปลงมือทำ
T (Threat) อะไรที่ต้องระวัง หรือ ความเสี่ยงภายนอกที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อตัวเรา
ถ้าเราใช้ SELF SWOT แล้ว NextStep ต่อไปควรทำ Calibration หรือกระบวนการทำให้เป็นกลาง
การประเมินตัวเองหลายครั้งเรามักจะเขิน ๆ อาย ๆ อยู่ หรือมีความคิดว่าตัวเองเก่งแต่คนอื่นไม่เห็นด้วย เราจึงต้องนำผล SWOT ไปลองถามกับคนเหล่านี้ดูบ้าง เพื่อให้ได้คำตอบที่จริงใจที่สุด โดยเริ่มจาก
- คนที่ 1: เพื่อนสนิทที่ปากแซ่บที่สุด คนที่กล้าพูดความจริง กล้าด่า กล้าเตือนสติโดยไม่สปอยล์เวลาที่เราทำผิด
- คนที่ 2: หัวหน้าเก่าที่เราเคารพรัก คนที่เห็นศักยภาพในการทำงานของเราอย่างแท้จริง โดยที่ปัจจุบันไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหรืออิทธิพลใด ๆ กับเราแล้ว
- คนที่ 3: เพื่อนร่วมงานในปัจจุบัน คนที่อยู่กับสภาวะปัจจุบันของเราและเห็นพฤติกรรมจริงในทุก ๆ วัน
- คนที่ 4: AI ส่วนตัว ใช้ AI เป็นกระจกสะท้อน ส่งพฤติกรรมหรือข้อความให้วิเคราะห์ เรื่องไหนที่อายเกินกว่าจะถามคนอื่น AI คือพื้นที่ปลอดภัยในการสำรวจตนเอง
Prompt ที่คุณโน้ตใช้ถาม AI
“สมมุติเธอเป็นเพื่อนสนิทที่ปากแซ่บที่สุดของฉัน จากสิ่งที่ฉันเคยถามเธอไปทั้งหมด ช่วยวิจารณ์นิสัยของฉันหน่อย ขอแบบตรงไปตรงมา สะท้อนทั้งข้อดีข้อเสีย หรือ จุดที่ฉันอาจจะมองไม่เห็นด้วยก้ได้ขอแบบแสบถึงใจ”
คำถามสำคัญหลังทำ SWOT ถ้าจะไปต่อในอนาคตอย่างงดงาม อะไรควร STAY, START, STOP
- Stay อะไรที่ดีอยู่แล้วให้ทำต่อ
- Start อะไรที่เป็นประโยชน์ให้เริ่มทำ
- Stop อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์แต่เราชอบทำเพราะความบันเทิงส่วนตัว ต้องหยุด!
อะไรคือ NOW or NEVER และอะไรคือ SAVE for LATER
- อะไรคือสิ่งสำคัญที่ต้องทำทันทีในตอนนี้ ไม่งั้นจะไม่มีโอกาสอีก
- อะไรที่สามารถเก็บไว้ทำทีหลังได้
2. Self Risk Management การประเมินและจัดการความเสี่ยงในชีวิตของเราเอง
ชีวิตจะเกิดความปลอดภัยและมั่นคง ได้ก็ต่อเมื่อ เรามีทางเลือกให้ตัวเองอยู่เสมอ คนส่วนใหญ่ไม่เคยเตรียมพร้อมสำหรับ Mid-life Crisis หรือการโดนเลิกจ้างกะทันหัน พอเกิดวิกฤตขึ้นจึงไปต่อไม่ถูกและรับมือไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่สายเกินไป
ดังนั้นเราต้องหยิบข้อจำกัดจาก SWOT มาพิจารณาหา Option หรือทางเลือกสำรองไว้เผื่อในวันที่โลกไม่แน่นอน หรือในวันที่เราไม่สามารถทำงานในฟังก์ชันเดิมของออฟฟิศได้อีกต่อไป โดยใช้ 3 กลยุทธ์สำคัญ
สร้างทางเลือกสายอาชีพ ลอง Explore สกิลอื่น ๆ นอกเหนือจากงานประจำ ยกตัวอย่างประสบการณ์จริงของคุณโน้ต ในช่วงโควิดที่งานออฟฟิศไม่มั่นคง งานร้องเพลงทำไม่ได้ คลาสอาจารย์พิเศษถูกยกเลิก คุณโน้ตเลือกที่จะลอง เลี้ยงไก่พันธุ์ Silky จากตัวละหลักพันจนถึงหลักหมื่น และโพสต์ขาย รวมถึงขายไข่ฟองละ 100 บาท แม้คนจะงงว่านักร้องมาขายไก่ แต่สิ่งนี้พรูฟว่าเราทำได้เมื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลองทำดูก่อน
สร้างทรัพยากรในตนเอง สะสมความเชี่ยวชาญจนเป็นเบอร์หนึ่ง ในออฟฟิศหรือในสายงานนั้น เพราะในอนาคตเมื่อ AI เข้ามาแทนที่ทักษะทั่วไป มนุษย์จะเหลือเพียงไม่กี่ทักษะที่ต้องใช้มนุษย์ที่เชี่ยวชาญจริง ๆ ทำเท่านั้นที่จะอยู่รอด
สร้างพันธมิตรที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย สร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือกัลยาณมิตรที่พร้อมเกื้อกูลและดูแลกันได้ในทุกเรื่อง ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบเกาะกิน เพื่อทำให้ชีวิตของเราเต็มและอุ่นใจมากขึ้น
3. Self Regulate การจัดระเบียบชีวิตตนเอง
คนที่ขาดการควบคุมตนเองจะมีสภาพเหมือนคนเมา ตื่นมาแบบไร้เป้าหมาย ไม่รู้ว่าอยู่ไปเพื่ออะไร ชีวิตเละเทะ ไม่เคารพตัวเอง และพาลไม่เคารพคนอื่น เหมือนคนเมาที่เดินเตะหมาเตะนู่นนี่มั่วไปหมด โดยการควบคุมตัวเองสามารถเริ่มต้นง่าย ๆ จากการเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง
เปลี่ยนจาก To-Do List เป็น Achievement List เลิกจดทุกอย่างที่ต้องทำอย่างไร้ทิศทาง เพราะ To-Do List มักเต็มไปด้วยคำสั่งที่บางครั้งไม่มีประโยชน์หรือไม่มี Impact แต่ให้โฟกัสที่ รายการความสำเร็จที่มีคุณค่าจริง ๆ มากกว่า
ตรวจสอบความสำคัญ ให้ลองถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้
- สิ่งที่เขียนไว้สำคัญจริงไหม หรือสำคัญทิพย์
- เคยเอาไปคุยกับเจ้านายไหมว่ามองตรงกันหรือเปล่า เพราะบ่อยครั้งสำคัญเธอไม่เท่ากับสำคัญฉัน การจดเยอะจดถี่ แต่เพียรผิดที่ในสิ่งที่นายไม่ให้ความสำคัญ ถือเป็นการเสียพลังงานสูญเปล่า
- สิ่งที่เขียนไว้แล้ว เราทำได้สำเร็จครบตามนี้ไหม ถ้าไม่ต้องทำยังไงต่อ ?
- สิ่งที่เขียนไว้ หากทำสำเร็จ ต้องให้รางวัลหรือสปอยล์ตัวเองบ้าง เหมือนเป็นการชุบชูใจและเพิ่มพลังให้ตัวเอง
4. Self Love การดูแลตนเองให้ดีที่สุด
คนเราทำงานและใช้ชีวิตหักโหม เปรียบเหมือน คนว่ายน้ำที่ก้มหน้าว่ายไปเรื่อย ๆ โดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาหายใจ หรือไม่ก็ปล่อยให้ตัวเองลอยคอไปอย่างไร้จุดหมายจนเหนื่อยล้า
เราต้องระลึกเสมอว่า ตัวเราเองคือสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด (Yourself = Asset) ความสำเร็จและความภาคภูมิใจจะไม่เกิดขึ้นเลยหากเราดูแลสินทรัพย์ชิ้นนี้ได้ไม่ดี การสำรวจ วงล้อ Self Love เพื่อนำไปสู่ชีวิตที่สมบูรณ์ (A Life Well Lived) ประกอบด้วย 5 มิติ
มิติที่ 1: Career Well-Being เรารู้ไหมว่าเราจะเติบโตไปทางไหน?
หลายคนบอกว่างานที่ทำอยู่ก็ดี แต่บ่นว่าไม่มี Career Path ซึ่งในความจริงออฟฟิศอาจจะมีตำแหน่งและขั้นรองรับอยู่แล้ว แต่สิ่งที่คุณไม่มีจริงๆ คือ Career Plan และ Career Passion ต่างหาก เช่น ตอบไม่ได้ว่าอีก 5 ปีอยากทำอะไรกันแน่
มิติที่ 2: Social Well-Being
การมีเพื่อนฝูงที่ดี อยู่ในกลุ่มคนที่ดี แลพร้อมจับกลุ่มระบายหรือสู้กับปัญหาเดียวกันอย่างสร้างสรรค์ ทั้งในและนอกที่ทำงาน
มิติที่ 3: Community Well-Being
ความเป็นอยู่รอบตัว สภาพบ้านรกไหม? ออฟฟิศไกลเกินไปจนเดินทางลำบากและบั่นทอนพลังชีวิตหรือไม่ ?
มิติที่ 4: Financial Well-Being
คนมักคิดว่าคนในแวดวง Banking จะบริหารเงินเก่งที่สุด แต่ความจริงหลายคนในวงการนี้กลับขาดสุขภาวะทางการเงินที่ดี จนเกิดปัญหาหนี้สิน ต้องหยิบยืมเพื่อน และส่งผลกระทบเป็นโดมิโนไปยังมิติอื่นๆ ในชีวิต (ผลสำรวจในเอเชียชี้ว่ามีคนจำนวนมากที่ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อข้าวกิน)
มิติที่ 5: Physical Well-Being
การตรวจสุขภาพประจำปีคือ Wake-up call สำคัญของคุณโน้ต วันนี้ร่างกายอาจจะดูปกติ แต่ถ้าเราประมาท อีกเพียงนิดเดียวก็เหมือนกำลังเดินตกหน้าผาในอีก 10 ปีข้างหน้า การดูแลกายและใจให้แข็งแรงจึงเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้
คุณโน้ตที่อยู่ในวงการ HR มาอย่างยาวนาน เห็นมาเยอะแล้วว่า ในสังคมออฟฟิศ เราจะมีแต่ผู้คนที่มีความทุกข์ ทะเลาะกับงาน มีปัญหากับเจ้านาย ลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานอยู่ตลอดเวลา
ใครที่อยากทบทวน Session ที่ชอบ เก็บ Session ที่ฟังไม่ทัน หรือกลับไปอัปเดตไอเดียอีกครั้ง สามารถเข้าไปรับชมย้อนหลังได้แล้วตั้งแต่วันนี้ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามทีมงานได้ทาง Facebook ของ CREATIVE TALK
ส่วนใครที่ไม่มีบัตร สามารถซื้อ Rerun Ticket ในราคา 990.- ได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/ctc2026

