ถึงครีเอเตอร์ในไทยจะมีเพิ่มขึ้นทุกวัน และมีบทบาทต่อเศรษฐกิจดิจิทัลมากมาย แต่คำว่า ‘ครีเอเตอร์’ ก็ยังไม่ถูกนับว่าเป็นอาชีพอย่างเป็นทางการสักที
ครีเอเตอร์ส่วนใหญ่ ขาดการกำหนดมาตรฐานในการทำงาน จนต้องเจอกับข้อจำกัดมากมาย ตั้งแต่รายได้ที่ไม่แน่นอน ไม่ได้รับการสนับสนุนในเรื่องเงินทุน ไปจนถึงข้อจำกัดทางกฎหมายที่ยังไม่คุ้มครองการทำงานของครีเอเตอร์
ทั้ง ๆ ที่ตลาด Creator Economy ของประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากครีเอเตอร์กว่า 9 ล้านคน ที่ดันสู่มูลค่าตลาดราว 45,000 ล้านบาทในปี 2568 แต่ ‘ครีเอเตอร์’ กลับไม่ได้รับการมองเห็น และให้ความสำคัญเท่าที่ควรจะเป็น ช่องว่างของการถูกมองข้ามนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะครีเอเตอร์ แต่ยังส่งผลต่อแบรนด์ เอเจนซี และ Ecosystem ที่กำลังเติบโตอีกด้วย
แต่หลังจากวันนี้ ช่องว่างนั้นจะถูกเติมเต็ม เพราะครีเอเตอร์ไทยกำลังจะถือเป็น ‘อาชีพ’ อย่างเป็นทางการ
วันที่ 27 เมษายน 2569 ณ SCBX ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน คณะผู้ริเริ่มจัดตั้ง ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (Thailand Content Creator Association: TCCA)” อย่างเป็นทางการ เพื่อทำหน้าที่เป็น “สมาคมวิชาชีพ” และเป็นองค์กรกลางในการยกระดับมาตรฐาน เพื่อให้อุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และนักขายออนไลน์ เติบโตไปสู่ระดับนานาชาติ
คุณขจร เจียรนัยพานิชย์ บรรณาธิการบริหาร RAiNMaker, iCreator Community และนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรม Creator Economy ในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ แต่เรากลับขาดการวางมาตรฐาน การกำหนดทิศทางร่วมกัน แม้แต่ในเอกสารราชการเองยังไม่เคยระบุว่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ คืออาชีพจริง ๆ
และยังมีหน่วยงานอีกมากมายที่ต้องการประสานความร่วมมือ การกำหนดกฎเกณฑ์ หรือต้องการสนับสนุนวงการครีเอเตอร์โดยภาพรวม เพียงแต่พวกเราไม่เคยรวมตัวกันอย่างจริงจัง การจะยกระดับวงการให้ยั่งยืนและถาวรจึงเกิดขึ้นได้ยาก
ดังนั้นการจัดตั้งสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการรวมตัวของผู้ประกอบอาชีพ แต่คือการวางโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมในระยะยาว ทางสมาคมเลือกทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ สร้างกรอบการทำงานร่วมกัน และเชื่อมโยงผู้เล่นใน Ecosystem เพื่อให้การทำงานร่วมกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในระบบ
“บทบาทของสมาคมไม่ใช่การควบคุมครีเอเตอร์ แต่คือการสร้างความชัดเจนให้กับอุตสาหกรรม ทั้งในด้านมาตรฐาน จริยธรรม และแนวปฏิบัติ เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถเติบโตในฐานะวิชาชีพ ขณะที่แบรนด์และเอเจนซีสามารถทำงานร่วมกับครีเอเตอร์ได้อย่างมั่นใจและวัดผลได้มากขึ้น”
คุณขจรกล่าวว่า “ผมเชื่อว่าครีเอเตอร์ไทยเก่งระดับโลก และเราอยากพาวงการนี้ไปให้ถึงระดับสากล เพราะ Creator Economy ไม่ใช่แค่เรื่องของความบันเทิงอีกต่อไป แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจและสังคมไทยให้โตไปพร้อมกัน”
คุณสุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co-Founder, Tellscore และอุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย กล่าวเสริมว่า
“ครีเอเตอร์ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางสื่อสาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจที่ต้องสร้างผลลัพธ์ทั้ง Engagement, Conversion และความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค”
บทบาทของสมาคมในด้านการกำกับดูแลวิชาชีพ จึงมุ่งสร้าง “มาตรฐานกลาง” ที่ทุกภาคส่วนสามารถอ้างอิงร่วมกันได้ ทั้งด้านจริยธรรม ความโปร่งใส และแนวปฏิบัติในการทำงาน เพื่อสนับสนุนให้ครีเอเตอร์เติบโตในฐานะวิชาชีพ
และในขณะเดียวกัน แพลตฟอร์ม แบรนด์ รวมถึงผู้บริโภคสามารถทำงานร่วมกันบนความเชื่อมั่นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคนี้ที่ข่าวปลอม คอนเทนต์จาก AI และกลโกงทางไซเบอร์ ส่งผลต่อระดับความไว้วางใจในสังคมในวงกว้าง
คุณกล้า ตั้งสุวรรณ CEO & Co-Founder, Wisesight (Thailand) และอุปนายกด้านการยกระดับครีเอเตอร์สู่สื่อสาธารณะสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย กล่าวว่า
“สิ่งที่เห็นชัดจากข้อมูลบนโซเชียลมีเดียคือ ครีเอเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตคอนเทนต์ แต่กลายเป็น ‘สื่อ’ ที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้และการตัดสินใจของผู้บริโภคในวงกว้าง”
บทบาทของสมาคมในส่วนนี้จึงอยู่ที่การยกระดับครีเอเตอร์สู่การเป็น Public Media (สื่อสาธารณะ) และมีมาตรฐานบางส่วนร่วมกัน ทั้งในด้านคุณภาพเนื้อหา ความโปร่งใส และจริยธรรม เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถทำหน้าที่สื่อสาธารณะได้อย่างโปร่งใส น่าเชื่อถือ และมีความรับผิดชอบอย่างยั่งยืน
การยกระดับในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ครีเอเตอร์เติบโตได้อย่างสง่างาม และยั่งยืนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจและแบรนด์ต่าง ๆ ในการทำงานร่วมกับครีเอเตอร์ และที่สำคัญที่สุดคือการสร้าง ‘สังคมข่าวสารที่มีคุณภาพ’ ให้กับประชาชนไทย เพื่อให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศได้อย่างแท้จริงนั่นเอง
คุณอิสระ ฮาตะ YouTuber และ Co-Founder บริษัท รับทราบ โปรดักชั่น จำกัด และอุปนายกด้านมาตรฐานวิชาชีพครีเอเตอร์สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย กล่าวว่า “ในมุมของคนทำงานจริง ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของครีเอเตอร์ แต่คือการขาดมาตรฐานกลางในการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขอบเขตงาน การตั้งราคา หรือความเข้าใจระหว่างครีเอเตอร์กับแบรนด์ ซึ่งทำให้เกิดความไม่ชัดเจน และความเสี่ยงในทุกฝ่าย”
ดังนั้นการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพจึงไม่ใช่การจำกัดความคิดสร้างสรรค์ แต่คือการสร้าง ‘มาตรฐานกลาง’ ของอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพของงานคอนเทนต์ในภาพรวมให้สอดคล้องกับความคาดหวังของตลาดที่สูงขึ้น
ภายในงานแถลงข่าวนี้ยังมีการนำเสนอ Vision และ Direction ของสมาคมในระยะเริ่มต้น พร้อมเปิดตัวคณะบริหารและที่ปรึกษาจากหลากหลายภาคส่วนของอุตสาหกรรม ทั้งครีเอเตอร์ ผู้ผลิตคอนเทนต์ สื่อ และผู้ร่วมผลักดัน Ecosystem เพื่อสะท้อนมุมมองของอุตสาหกรรมอย่างรอบด้าน
ไฮไลต์สำคัญ คือเวทีเสวนาในหัวข้อ “อนาคตวิชาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และนักขายออนไลน์: ศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และการกำกับดูแล” ซึ่งสะท้อนทิศทาง และอนาคตของ Creator Economy ในบริบทที่การแข่งขันสูงขึ้นและความคาดหวังของแบรนด์มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยรวบรวมผู้เล่นจากหลากหลายบทบาทในอุตสาหกรรมมากมาย อาทิ
- ยุทธนา บุญอ้อม (ป๋าเต็ด) Senior Executive Vice President, Showbiz บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)
- วุฒิธร มิลินทจินดา (วู้ดดี้) CEO & Founder บริษัท วู้ดดี้ เวิลด์ จำกัด
- วิชัย มาตกุล Co-Founder & Creative Director บริษัท แซลมอน เฮ้าส์ จำกัด
- พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ (หนุ่ย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด
- อิสระ ฮาตะ (อิส) Co-Founder บริษัท รับทราบ โปรดักชั่น จำกัด
- ศรัญญู เพียรทำดี (เบียร์) CEO & Co-Founder บริษัท บัฟ แก๊ก จำกัด
สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยถูกจัดตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายในการยกระดับวิชาชีพครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และนักขายออนไลน์ ให้เป็นอาชีพที่มีมาตรฐาน และได้รับการยอมรับในระดับประเทศและสากล ควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้บริบทของเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในเชิงการดำเนินงาน สมาคมวางบทบาทในการขับเคลื่อนในหลายมิติ
ตั้งแต่การจัดทำแนวปฏิบัติทางวิชาชีพ การกำหนดนิยามของบทบาทต่าง ๆ ในอุตสาหกรรม เช่น Content Creator, Influencer, นักขายออนไลน์ หรือ KOL ให้มีความชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วน ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานการผลิตคอนเทนต์ การใช้เทคโนโลยี และความรับผิดชอบต่อสาธารณะ
ขณะเดียวกัน สมาคมมุ่งสนับสนุนสิทธิและโอกาสทางเศรษฐกิจของครีเอเตอร์ ทั้งการส่งเสริมความรู้ด้านการผลิตคอนเทนต์ การเงิน ภาษี และกฎหมายที่ใช้บ่อย การผลักดันการเข้าถึงแหล่งทุน รวมถึงการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสร้างระบบสนับสนุนที่ชัดเจนมากขึ้น
ในระดับอุตสาหกรรม สมาคมตั้งเป้าเป็นตัวกลางในการประสานความร่วมมือ และผลักดันให้ Creator Economy เป็นส่วนหนึ่งของนิเวศสื่อ และของโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนการส่งออกคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ และสร้างโอกาสในการเติบโตในระดับสากล
สุดท้ายนี้ “สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (Thailand Content Creator Association: TCCA)” คือสิ่งที่ยืนยันให้ชัดเจนว่า ‘ครีเอเตอร์’ คือ ‘อาชีพ’ อย่างแท้จริง และมุ่งมั่นที่จะสร้างทั้งมาตรฐานวิชาชีพ คุ้มครอง สนับสนุนสิทธิ รวมถึงยกระดับครีเอเตอร์ไทยให้เติบโตไปสู่ระดับนานาชาติ
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดการรับสมัครสมาชิกได้ที่ Facebook: สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย – TCCA

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE OA: @tcca

