🎯 1. ต้องเริ่มพัฒนาจากสิ่งที่ตัวเองถนัด
พี่เก่งบอกว่าตอนเด็ก ๆ เป็นคนที่เรียนแย่มาก ๆ ตั้งแต่ประถม, มัธยม ไปจนมหา‘ลัยก็ยังเรียนไม่ดี ไม่ใช่เพราะไม่อยากทำ แต่ทำแล้วมันไม่ชอบ แล้วอยู่ ๆ ก็ได้ค้นพบว่าตัวเองชอบเรื่องการวาดรูปการออกแบบ เลยขอคุณพ่อบินไปเรียนต่อ Graphic Design ที่อเมริกา
หลังจากนั้นบทบาทของตัวเองก็เปลี่ยนไป จากคนที่เรียนไม่เอาไหน ก็กลายเป็นตั้งใจ ขยันเรียน จนสร้างรายชั่วโมงละ 120$ ต่อวัน! เลยได้ความเชื่อมาว่า ‘ถ้าได้ทำงานที่ชอบ จะไม่ได้ทำงานอีกเลยตลอดชีวิต’
🎯 2. อย่าปิดกั้นตัวเอง ลองให้หมดทุกอย่าง จะได้รู้ว่าเราชอบอะไร
ไม่มีใครเกิดมาแล้วรู้ได้เลยว่าชอบอะไร ถ้าไม่เคยลอง พี่เก่งเล่าให้ฟังว่าตัวเองลองทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นถ่ายโฆษณา โดนสะกดจิต หรืออื่น ๆ ซึ่งประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่า ลองแล้วสิ่งนั้นแย่หรือเปล่า แต่มันเป็นการลองเพื่อบอกว่า เราชอบไหม ถ้าไม่ก็แค่หยุด และไปลองสิ่งอื่น ๆ ต่อ แต่ถ้าชอบก็ลุยไปให้สุดทาง

🎯 3. พลาดโอกาสแค่ครั้งเดียว อาจจะทำให้เราเสียดายไปตลอดชีวิต
พี่เก่งเล่าว่า มีความฝันอยากขึ้น End Credit ของภาพยนตร์มาก ๆ จนตอนที่ไปเรียนที่ America ก็มีเพื่อนชวนให้ได้ไปแคส แต่พี่เก่งเองก็เลือกปฏิเสธไป สุดท้ายเลยอดขึ้น End Credit ของหนัง และอดได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง ‘Jerry Maguire’ ซึ่งพี่เก่งยังเสียดายมาถึงทุกวันนี้
🎯 4. ต้องหาคนที่มาเติมเต็มจุดอ่อน
นอกจากชอบออกแบบ พี่เก่งยังมีจุดแข็งเป็นคนที่ชอบคิดด้วย แต่จุดอ่อนก็คือชอบคิดแต่ไม่ชอบทำ ไอเดียเป็น 10 อาจจะทำเสร็จแค่ 2 นั่นเลยทำให้เราจำเป็นต้องหาคนที่จะมาเติมจุดอ่อนของเราได้
เลยทำให้พี่เก่งดึงตัวพี่โจ้ - ฉวีวรรณ คงโชคสมัย (Managing Director at RGB72 and CREATIVE TALK) มาร่วมงาน เพราะพี่โจ้เป็นคนที่ชอบทำมากกว่าคิด สามารถ Support ไอเดียของพี่เก่งได้ ดังนั้นพอเอาจุดแข็งของทั้งสองคนมารวมกัน ก็ช่วยสร้างงานที่ทั้งคิดดี และทำได้ออกมา




🎯 5. ถ้าเราทำงานที่ชอบ เราจะไม่ต้องทำงานอีกเลย
พ่อพี่เก่งเคยพูดไว้ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของพี่เก่งมากว่า “ถ้าไปเรียนแล้วกลับมาไม่มีงานทำ ไม่ต้องกลับมาขอเงินพ่อนะ” ฟังดูอาจจะแรง แต่นี่คือบทเรียนราคาแพงที่เป็นแรงผลักดันให้เด็กคนนึง ต้องสู้ชีวิต ต้องมีอาชีพ ต้องเริ่มวางแผนชีวิต และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของคุณเก่ง ที่ไปเรียนและทำงานในสายดีไซน์เนอร์ แล้วการเรียนในวันนั้นได้เกรด A ทุกวิชา จากเดิมที่เคยเป็นเด็กได้เกรด 1 กว่า ๆ ซึ่งนี่คือจุดที่พี่เก่งรู้จุดแข็งของตัวเอง
[Tips] อยากรู้จุดแข็งอะไร ลองไปทำ StrengthsFinder ช่วยได้มาก สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://creativetalkconference.com/strengthsfinder/

🎯 6. การทำงานต้องมีความมืออาชีพ แค่มีความมั่นใจอย่างเดียวไม่พอ
ค่าย Bakery Music เคยติดต่อมาให้ออกแบบภาพปกของอัลบั้มนึง ‘Bakery Love 3’ ให้ตอนนั้นพี่เก่งมั่นใจมากว่าตัวเองมีความสามารถในการทำได้แล้ว แต่พอเอาเข้าจริง ๆ กลับคิดงานไม่ออก จนวันสุดท้ายก็ยังส่งแบบรู้สึกไม่เต็มที่ และไม่ค่อยภูกมิใจ
ซึ่งพี่เก่งก็ได้มาตกตะกอนกับตัวเองว่า คงเป็นเพราะไม่มีประสบการณ์ และความรู้ในเรื่องนั้นมากพอ เลยทำให้เข้าใจว่า การทำงานต้องมีความมืออาชีพ มีความรู้ที่พร้อม ไม่ใช่แค่มีความมั่นใจอย่างเดียว
🎯 7. ไม่ต้องเก่งทุกอย่าง แต่ต้องบริหารคนเก่งให้เป็น
พี่เก่งเคยมีโอกาสได้ทำงานกับ Martha Stewart และบทเรียนสำคัญที่ได้มาคือการเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพ เวลาเราจ้างงานใครสักคนอาจไม่ต้องไปควบคุมการทำงาน หรือคอยแก้ทุกอย่าง แต่เราแค่ต้องคำถามว่า “ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อย ว่าทำไมถึงออกแบบมาแบบนี้”
พี่เก่งแชร์ให้ฟังว่า เคยได้รับโจทย์ในการออกแบบเว็บขายดอกไม้สำหรับผู้หญิงออนไลน์ เลยตัดสินใจใช้สีชมพูเพราะแค่คิดว่ามันสื่อถึงผู้หญิง แต่ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องเฉดสีหรือความสอดคล้องอื่น ๆ
พอเอาไปเสนอจริง ก็เลยโดน Martha Stewart ถามว่า “ทำไมต้องเป็นชมพูเฉดนี้” คำถามนั้นเลยทำให้พี่เก่งเข้าใจว่า มืออาชีพตัวจริงจะตอบได้ว่าสิ่งที่ออกแบบมามี Story แบบไหนบ้าง เพราะถ้าจะบริหารคนเก่ง ไม่ได้แปลว่าจะต้องเก่ง แค่ต้องบริหารคนเก่งให้เป็นต่างหาก ดังนั้นถ้าอยากรู้ว่าใครคือมืออาชีพตัวจริง ลองถามคำถามนี้ดู
🎯 8. อยากให้คนของเรารบชนะ ต้องเตรียมอาวุธให้พร้อมที่สุด
พี่เก่งเล่าว่า CNN เคยชวนไปร่วมงาน แต่ตอนนั้นรู้สึกว่าไม่อยากทำ เลย Request ขอนู่นนี่ไปเยอะแยะมากมาย ทั้งเรื่องเงิน, เวลา หรือสิ่งที่รู้ว่า CNN จะปฏิเสธแน่ ๆ แต่สุดท้าย CNN กลับตอบรับ และให้สิ่งที่พี่เก่งขอทั้งหมด! เลยทำให้พี่เก่งรู้ว่า ถ้าอยากให้คนออกไปรบชนะ เราต้องเตรียมอาวุธให้พร้อมที่สุด
🎯 9. กำแพงไม่ได้มีไว้ขวาง แต่มีไว้ให้ข้าม
ตอนกลับมาไทยแรก ๆ พี่เก่งทำงานประจำสลับกับฟรีแลนซ์ จนได้มีโอกาสขายงานลูกค้าผ่าน แต่ก็เจอกำแพงขนาดใหญ่กั้นไว้ คือ ทางลูกค้าจ้างได้แค่บริษัทอย่างเดียว ฟรีแลนซ์ไม่รับ!
แต่พี่เก่งก็สู้ ไปศึกษาหมดว่าต้องใช้เอกสารอะไร ต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง ไปหาหมดเลย จนเกิดบริษัท RGB72 ขึ้นมา และได้เซ็นต์สัญญาร่วมงานกับลูกค้าคนนั้นจนได้ ซึ่งนั่นก็คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พี่เก่ง ‘บังเอิญได้เป็นประธานบริษัท’ จริง ๆ ครั้งแรก
🎯 10. หาวิชาใส่ตัวตลอดเวลา
คุณอ๋อง บอกว่า พี่เก่งเป็นคนที่พยายามหาความรู้ใส่ตัวตลอดเวลา อะไรที่ไม่รู้ก็ไปหาให้รู้ อะไรที่ไม่เคยลองก็ไปลอง พอได้มาเป็น CEO ถึงจะบอกว่ามันบังเอิญ แต่พี่เก่งก็ตั้งใจหาวามรู้ในการเป็น CEO ตลอดเวลา จนเป็นเสาหลัก และพัฒนา RGB72 and CREATIVE TALK ให้แข็งแรงได้มาถึงวันนี้
🎯 11. เทคนิค ‘การตั้งชื่อบริษัท’ มี 3 หลักการ
- เทคนิคแรก: การนำเสนอโดยเจ้าของแบรนด์ ต้องถ่ายทอดเอกลักษณ์และตัวตนออกมาได้อย่างชัดเจน
- เทคนิคสอง: ชื่อบริษัทต้องมีพยางค์อยู่ที่ 2-3 พยางค์ เหตุผลเพราะจำง่าย
- เทคนิคสาม: ใช้ศัพท์เด็กประถม อย่าไปตั้งยาก เช่น Melody Plus, ปีติพีอาร์ เป็นต้น

🎯 12. เจอความกลัวต้องกล้าเผชิญหน้า อย่าหนีปัญหา
RGB72 เคยโดนฟ้องถึง 800,000 บาท! เงินก็ไม่มีจ่าย จะหนีก็ทำไม่ได้ ทางออกตอนนั้นมีแค่ 3 อย่าง คือ ชิ่ง, ปิดบริษัท หรือเจรจา แต่เพราะความกล้าเผชิญหน้า ไม่หนีปัญหา เลยทำให้พี่เก่งเลือก choice ที่ 3
ลงทุนโทรไปเจรจาถึงประเทศสิงคโปร์ เจรจาไป เจรจามา ทำทุกวิถีทางสุดท้ายก็ได้ลดราคา จาก 800,000 เหลือ 80,000 ด้วยความพยายามต่อรอง และสู้กับความกลัว
🎯 13. อย่าเลือกที่ตัวบุคคล แต่ต้องเลือกที่การตัดสินใจของตัวเอง
ช่วงที่พี่โจ้ ได้เป็น Managing Director แรก ๆ ด้วยความที่เป็นคนมีระเบียบมาก แบบมากกก เลยทำให้มีคนทำงานมาขอลาออกครึ่งบริษัท!
จนน้อง ๆ ในบริษัทให้ยื่นคำขาดเลยว่า “จะเลือกน้องในออฟฟิศ หรือจะเลือกพี่โจ้” ซึ่งพี่เก่งบอกว่า “ไม่เลือกใครทั้งนั้น แต่เลือกการตัดสินใจของตัวเอง” ถ้าเชื่อมั่นในพี่เก่ง ก็ต้องไปต่อด้วยกัน แต่ถ้าอยากลาออกก็ไม่ห้าม และยอมรับการตัดสินใจ
🎯 14. สิ่งที่เราได้เรียนรู้มา สามารถถ่ายทอดออกไปให้คนอื่นได้ด้วย
ตอนที่น้อง ๆ ออฟฟิศลาออกไป พี่เก่งเลือกหนังสือให้น้อง ๆ ทุกคน ชื่อว่า ‘Read Every Day Repeat Every Month’ ซึ่งในหนึ่งหน้าจะมีบทเรียนที่พี่เก่งได้เรียนรู้เขียนไว้ ในแต่ละวันก็ได้บทเรียนต่างกัน
พี่เก่งเลยเข้าใจว่า ถ้าเราสามารถ่ายทอดในสิ่งที่เรียนรู้ให้คนอื่นสามารถนำไปปรับใช้ ต่อยอด หรือพัฒนาตัวเองต่อได้ ก็น่าจะเป็นเรื่องดี จึงเป็นที่มาให้พี่เก่งเริ่มจัดงาน CREATIVE TALK CONFERENCE
🎯 15. อยากมีคนรัก ต้องเป็นคนที่ทุกคนอยากทำงานด้วย
หลาย ๆ คนบอกว่าพี่เก่งเป็นคนที่ ‘เก่ง’ สมชื่อ และดีใจที่ได้ทำงานด้วย ทักษะสำคัญที่พี่เก่งมีคือความถ่อมตัว, ความพยายาม. ความใฝ่รู้, และความมั่นใจ การมีพี่เก่งในวันนี้ที่มีคนรักมากมาย มาจากการที่พี่เก่งเป็นคนที่ทุกคนรักและอยากทำงานด้วย สิ่งนี้ยื่งตอกย้ำได้ว่า การที่คนเราจะเติบโตและประสบความสำเร็จได้ ต้องเริ่มจากการ ‘เป็นคนที่คนอื่นอยากร่วมงานด้วย’






🎯 16. อยากทำอะไร ต้องลงมือทำเลย อย่าไปกลัว
แต่ก่อนจะมั่นใจจนกล้าจัด CREATIVE TALK CONFERENCE พี่เก่งบอกว่าไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ แต่อยากทำ อยากแชร์ความรู้ เลยไปปรึกษาพี่ป้อม พาวุธ ทีู่ดมาสั้น ๆ แค่ว่า “อยากทำอะไรทำเลย” เลยทำให้พี่เก่งจัด CREATIVE TALK CONFERENCE มาได้ถึง 26 ปี ถึงแม้จะขาดทุนไปหลายครั้งก็ตาม
🎯 17. แค่ความชอบอย่างเดียวไม่พอ
ที่ CREATIVE TALK CONFERENCE จัดได้เยอะขนาดนี้แม้จะขาดทุน มันเป็นเพราะพี่เก่งมี Passion แต่ก็ได้รู้ว่า การมีแค่ความชอบอย่างเดียวไม่พอ เพราะต้องมีเงินด้วย! คนที่อยู่รอดได้ ไม่ใช่คนที่มีแค่ความชอบแล้วทำ แต่คือคนที่เอาความชอบมาต่อยอด และสร้างรายได้ได้ต่างหาก
🎯 18. ถึงเขาจะจ่ายเงินเราแค่บาทเดียว ก็ถือว่าเขาเป็นลูกค้าเราแล้ว
พอขาดทุนเรื่อย ๆ พี่เก่งเลยอยากจัดงานที่เสียเงินเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด เลยไปปรึกษาพี่โจ้ (Workpoint) จนได้คำพูดปลุกใจมาว่า “ถ้าเขาจ่ายเงินเราแค่บาทเดียว เขาก็คือลูกค้าของเรา” พี่เก่งเลยเลือกเปิดบัตรตั้งแต่ CTC2018 โดยไม่สนใจว่าจะเป็นบัตรแพงหรือถูก แต่มีความต้องการให้คนมา Support และมาฟังจริง ๆ
เลยตั้งใจออกแบบงานให้มาดี ให้คุ้มค่าสำหรับคนที่ซื้อบัตรมาที่สุด ทั้งออกแบบราคาบัตรมาให้ตรงโจทย์กับคนมากที่สุด ทั้งบัตร Lazy Bird, Blind Bird, Angel Bird, ออกแบบงานให้รองรับผู้พิการ, จ้างล่ามภาษามือเพื่อแปลสิ่งที่พูดในงานสำหรับคนหูหนวก หรือเทรนด์ Volunteer ที่สามารถดูแลคนที่มาได้ทุกประเภท

🎯 19. อย่ามัวแต่อยู่ที่เดิม แต่ต้องหาความท้าทายใหม่ ๆ ให้ตัวเองได้ลอง
พี่เก่งบอกว่าเป็นคนไม่ชอบยึดติดกับอะไรเดิม ๆ ต้องสร้าง Challenge ใหม่ ๆ ตลอด เพื่อให้ Adrenaline มันหลั่งตลอดเวลา!
สิ่งใหม่ ๆ ที่พี่เก่งเริ่มทำคือการ เริ่มสัมภาษณ์ศิลปินบนเวที CTC, เริ่มจัดงาน Conference ที่เป็นเวทีใหญ่ และค่อยแยกเป็นเวทีย่อย, เปลี่ยนสถานที่จัดงานจาก BITEC BANGNA มา SIAM PARAGON เพราะต้องการอะไรที่มันใหม่!
🎯 20. การลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง คือการลงทุนกับตัวเอง
พี่เก่งจัดงาน Conference มาเยอะ ก็เจอ Speakers เยอะ ได้คุยเรื่องการลงทุนกับพี่หมู Ookbee เจ้าพ่อนักลงทุนของประเทศ แต่พี่หมูบอกมาคำเดียวว่า “การลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง คือการลงทุนกับตัวเอง”
🎯 21. ต้องหาตัวเองให้เจอ
พี่เก่งบอกว่ามีช่วงนึงที่ไม่ Work-life Balance เลย ทำงานดึกจนเที่ยงคืน ตื่นมาก็ทำต่อ จนเริ่มรู้สึกเครียด แต่ก็ได้หมอเอิ้นที่สังเกตเห็นและเอาพี่เก่งออกจากกองงานไปพักใจ
การได้อยู่กับตัวเองเงียบ ๆ ทำให้พี่เก่งรู้ว่าตัวเองชอบอะไร อยากทำอะไร และอยากเป็นใคร ซึ่งพอรู้แบบนี้ก็จะทำให้พี่เก่งเลือกใช้ชีวิตได้แบบที่อยากเป็น ไม่ต้องหักโหมจนเครียด

🎯 22. อนาคตอยู่ที่มือของเรา
พี่เก่งเคยเจอ Chris Bangle และได้พูดคุยกัน จน Chris เขียนบอกพี่เก่งว่า "The future belongs to your creativity" ซึ่งเป็นประโยคทองที่ทำให้ RGB72 and CREATIE TALK ยึดมาตลอดว่า อนาคตมันอยู่ที่ความสร้างสรรค์ของเรา จะเป็นยังไงก็อยู่ที่เราเลือก
🎯 23. อย่าคิดแต่ว่าจะทำ แต่ต้องรู้ด้วยว่าทำไปเพื่ออะไร
พี่เก่งปรึกษาพี่เอ๋ นิ้วกลม ตอนจะจัด Talk Show และพี่เอ๋ก็ถามว่า “พี่เก่งทำสิ่งนี้เพื่ออะไร” นั่นเลยทำให้พี่เก่งได้บทเรียนว่า การจะทำอะไรบางอย่าง สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่า เราอยากทำอะไร แต่คือ เราทำไปเพื่ออะไร ต่างหาก
🎯 24. อย่ากลัวที่จะพูดว่า “ขอโทษ”
พี่เก่งเคยทะเลาะกับเพื่อนคนนึง เรียกได้ว่าไม่ชอบหน้าเลย ถ้าเพื่อนคนนี้ไปงานไหน ก็ไม่อยากจะเห็นหน้า ไม่อยากยุ่งด้วย จนวันหนึ่งเพื่อนคนนั้นโทรมาหา และพูดคำว่า “ขอโทษ”
ความรู้สึกที่ได้ฟังคำขอโทษนั้น ไม่ได้ทำให้พี่เก่งสะใจ แต่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่แย่มาก ที่ต้องรอให้อีกฝ่ายมาขอโทษก่อน พี่เก่งเลยตอบกลับไปอย่างไม่ลังเลเลยว่า “ผมเองก็ผิด ขอโทษเหมือนกัน” จนวันนี้ก็ได้กลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
ซึ่งเพื่อนคนนั้นของพี่เก่งก็คือ คุณแท็ป รวิศ หาญอุตสาหะ CEO, Srichand และ Mission To The Moon นั่นเอง และคุณแท็ปก็เสริมอีกว่า “ชีวิตนี้อย่าสร้างศัตรู ไม่ว่าจะใครก็ตาม”
ช่วงเวลาที่ไม่ได้คุยกันเพราะเกลียดขี้หน้ากันไป คือช่วงเวลาที่น่าเสียดาย ดังนั้นอย่าเสียเวลารอให้ใครมาขอโทษก่อน แต่จงกลัวที่จะขอโทษ

🎯 25. ทำทุกอย่างให้เหมือนเป็นครั้งสุดท้าย ให้ไม่ต้องมาเสียดายทีหลัง
จากวันแรกที่บังเอิญตั้งบริษัทเพราะต้องการรับงาน จนถึงวันนี้พี่เก่งก็เป็น CEO มามากกว่า 9,486 วัน แล้ว และบริษัทเองก็กำลังจะครบ 26 ขวบในวันที่ 13 ตุลาคมนี้
บทบาทต่าง ๆ ที่เจอมาทั้งชีวิตตั้งแต่เป็นเด็กไม่ตั้งใจเรียน, ไปเจอตัวเอง,พัฒนาจุดแข็ง จนมาเป็น CEO แต่ทุก ๆ อย่างที่ทำก็เป็นบทเรียนหลาย ๆ อย่างให้พี่เก่งเป็นพี่เก่งในวันนี้ และพี่เก่งมองว่าในบทบาทต่าง ๆ ก็ทำทุกอย่างให้เป็นครั้งสุดท้าย ทุ่มสุดตัว ไม่ต้องมาเสียดายทีหลัง
🎯 26. เรื่องบังเอิญมีทั้งดีและไม่ดี แต่ถ้าอยากรับมือให้ได้ ต้องมี 3 อย่าง
- มุมมอง: ต้องอย่ามองแค่มุมเดียว แต่ต้องมองหลาย ๆ มุม
- การปรับตัว: ทุกวิกฤติมีโอกาส ต้องปรับตัวในทุก ๆ สถานการณ์ ก็จะอยู่รอดได้เรื่อย ๆ
- การเตรียมพร้อม: ความโชคดีคือโอกาสที่มาเจอความพร้อม ดังนั้นการเตรียมการพร้อม ลงทุนกับตัวเองเยอะ ๆ หาความรู้ใส่ตัวตลอดเวลา ก็จะช่วยให้เราพร้อมคว้าทุกโอกาส
🎯 27. ชีวิตที่ดี คือชีวิตที่มีทางเลือก
เราทุกคนเป็น CEO of บางเรื่องเสมอ เราอาจจะเป็น CEO ของครอบครัว, เพื่อน, แฟน หรือถ้าไม่ได้เป็น CEO ของใคร แต่อย่าลืมว่าเรายังเป็น CEO ของตัวเอง
จงออกแบบ ดูแลตัวเองให้ดี อาชีพที่เราเลือกทำ จะทำให้เราอยากมีชีวิตอยู่ต่อ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องบังเอิญเข้ามาแค่ไหน แต่เราสามารถเป็น CEO ออกแบบชีวิตตัวเองได้

💡 Editor in Chief: ชญานิศ จำปีรัตน์
📷 Photography: ชนสรณ์ เวชสิทธิ์, ภูรี ภูมิฐานนท์
🎨 Graphic Design: ชนสรณ์ เวชสิทธิ์
📲 Social Media Publishing: ภูวกฤษ สุขไกรกิติ
