หลุดโฟกัสบ่อย วอกแวกไปมา ไม่ใช่จุดอ่อน เผยงานวิจัยล่าสุด สมองแบบ ADHD อาจเป็น ‘อาวุธลับ’ ด้านครีเอทีฟที่องค์กรคาดไม่ถึง
เชื่อว่าหลายคนเป็น และหลายคนเคยเจอคนประเภทนี้โดยเฉพาะในห้องประชุม หรือตอนทำงาน คนที่นั่งเหม่อลอย ความคิดล่องลอยไปทั่ว มักถูกมองว่าไม่ตั้งใจฟัง แต่งานวิจัยใหม่กำลังบอกเราว่า สิ่งที่เราเคยมองว่าเป็นจุดอ่อน อาจเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในทีมก็ได้
บทความจาก Fast Company โดยคุณจาเร็ด ลินด์ซัน (Jared Lindzon) หยิบยกประเด็นที่น่าสนใจว่า อาการของโรคสมาธิสั้น (ADHD) ที่สร้างความท้าทายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นความวอกแวก การขาดสมาธิ และแนวโน้มที่จะเหม่อลอย สิ่งเหล่านี้อาจมีส่วนทำให้เกิดความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ที่สูงขึ้น ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
จากรายงานวิจัยชิ้นใหม่ที่นำเสนอใน Cannes Lions International Festival of Creativity ร่วมกับองค์กร Understood.org และมหาวิทยาลัยชั้นนำ ซึ่งเป็นงานรวมตัวประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของวงการครีเอทีฟ ได้เผย Insight พบว่า
- 50% ของชาวอเมริกันที่ทำงานในสายครีเอทีฟ ระบุว่าตัวเองเป็นผู้มีสมองที่แตกต่างจากคนทั่วไป (Neurodivergent) เทียบกับประชากรทั่วไปที่มีเพียง 31%
- แต่ 90% เลือกที่จะ Masking หรือมีการซ่อนปกปิดความแตกต่างนั้นไว้ที่ทำงาน
เนธาน ฟรีดแมน (Nathan Friedman) ประธานของ Understood.org องค์กรที่ทำงานเพื่อกลุ่มผู้มีสมองแตกต่าง และเป็นผู้ร่วมจัดทำรายงานนี้ได้เล่าว่า งานวิจัยก่อนหน้านี้ระบุชัดเจนว่า ทีมที่มีบุคลากรหลากหลายทางระบบประสาทร่วมอยู่ด้วย จะมีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นถึง 30% และองค์กรที่เปิดรับความหลากหลายนี้ มีโอกาสสูงถึง 87% ที่จะทำการตัดสินใจได้ดีขึ้น และสร้างรายได้จากนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้สูงกว่าเดิม
วิทยาศาสตร์เบื้องหลังอาการ ADHD กับจุดกำเนิดไอเดียเปลี่ยนโลก
คำถามคือ แล้วทำไมสมองแบบ ADHD ถึงเป็นกลุ่มคนที่มีความคิดสร้างสรรค์กว่า ทางด้าน Prof. John Kounios จาก Drexel University ได้ทำวิจัยร่วมกับนักศึกษาและพบคำตอบที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการแก้โจทย์ปัญหา เมื่อคนกลุ่มนี้เผชิญกับโจทย์ที่ยาก คนที่มีอาการ ADHD มักเดินไปสู่คำตอบด้วยเส้นทางที่แตกต่างออกไป
โดยในงานวิจัยให้นักศึกษา 299 คนทำแบบประเมินอาการ ADHD และแก้ชุดปริศนา จากนั้นรายงานว่าตัวเองหาคำตอบมาได้อย่างไร ระหว่างการใช้ตรรกะค่อย ๆ คิด หรือการได้คำตอบแบบปิ๊งขึ้นมาทันที
คนที่มีอาการ ADHD สูง: มักจะแก้ปัญหาซับซ้อนได้ด้วยจังหวะปิ๊งไอเดียเฉียบพลัน (Flash of Insight) มากกว่าการนั่งคิดตามตรรกะแบบเป็นขั้นเป็นตอน
ส่วนคนที่สมาธิดีเกินไป ทาง Prof. Kounios อธิบายว่า คนที่มีฟังก์ชันการควบคุมสมอง (Executive Function) แข็งแกร่งมาก ๆ จะเล่นตามกฎเกณฑ์ได้ดี แต่อาจจะคิดแล้วตื้อ เมื่อต้องเจอโจทย์ที่ซับซ้อน ปลายเปิด และไม่มีใครรู้หน้าตาของความสำเร็จล่วงหน้า
ดังนั้นคนกลุ่ม ADHD สูง มักทำงานได้ดีในบทบาทเชิงสร้างสรรค์ เช่น กลยุทธ์ธุรกิจ การตลาด และนวัตกรรม ส่วนคนที่มีอาการน้อยสุด มักทำงานได้ดีในบทบาทเชิงวิเคราะห์ ในขณะที่กลุ่มกลาง ๆ ไม่ได้มีอาการโดดเด่น กลัยทำผลงานได้น้อยที่สุด
Zoning Out An ADHD Superpower บางครั้งการเหม่อลอยของคน ADHD ก็คือพลังพิเศษอย่างไม่น่าเชื่อ!
นอกจากนี้ งานวิจัยจาก Radboud University Medical Centre ในเนเธอร์แลนด์ โดย Han Fang ยังชี้ให้เห็นว่า สภาวะ Controlled Mind-Wandering หรือการปล่อยให้จิตใจล่องลอยอย่างอิสระ (Zoning Out) ที่คนทั่วไปมองว่าคือการไม่มีสมาธิ แท้จริงแล้วคือกระบวนการที่สมองกำลังทำงานเชื่อมโยงข้อมูลที่ซ่อนอยู่ และเป็นสะพานเชื่อมตรงไปสู่ความสำเร็จในงานครีเอทีฟ
มีงานวิจัยอีกชิ้นที่น่าสนใจไม่แพ้กันของ European College of Neuropsychopharmacology ทำให้อาจค้นพบกลไกที่อธิบายว่าทำไมคน ADHD ถึงมีความคิดสร้างสรรค์สูง และมันเกี่ยวข้องกับการขาดสมาธินั่นเอง แม้ว่าการวอกแวกและการล่องลอยของความคิด (Mind-Wandering) มักถูกมองว่าเป็นลักษณะเชิงลบของภาวะนี้ แต่งานวิจัยชี้ว่าการเหม่อลอยอาจเป็นข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์สำหรับคนที่มี ADHD
คุณ Han Fang นักศึกษาปริญญาเอกจาก Radboud University Medical Centre ในเนเธอร์แลนด์ และหนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยนี้ ยังชี้ให้เห็นว่า สภาวะ Controlled Mind-Wandering หรือการปล่อยให้จิตใจล่องลอยอย่างอิสระ หรือที่เรียกกันว่าอาการเหม่อลอย ที่คนทั่วไปมองว่าคือการไม่มีสมาธิ แท้จริงแล้วคือกระบวนการที่สมองกำลังทำงานเชื่อมโยงข้อมูลที่ซ่อนอยู่ และเป็นสะพานเชื่อมตรงไปสู่ความสำเร็จในงานครีเอทีฟ
การสำรวจผู้เข้าร่วม 750 คนในยุโรปพบว่า ผู้ที่มีลักษณะ ADHD สูงมีแนวโน้มที่ความคิดจะล่องลอยออกจากเรื่องที่ทำมากกว่า และการล่องลอยของความคิดที่มากขึ้นนั้นเชื่อมโยงกับความคิดสร้างสรรค์ที่สูงขึ้น
คุณ Han Fang ยังบอกอีกว่าวิธีที่เราคิดเกี่ยวกับ ADHD และปัญหาพัฒนาการทางสมองมาแต่ดั้งเดิม เรามักมองจากมุมของการแพทย์ เรามองว่ามันคือปัญหาหรือความผิดปกติที่ต้องรักษา แต่งานวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่ามันยังเชื่อมโยงกับแง่มุมเชิงบวกด้วย ซึ่งในงานวิจัยของเราคือความคิดสร้างสรรค์
ข้อควรระวัง: งานวิจัยทั้งสองชิ้นยังอยู่ระหว่างการศึกษาต่อเนื่อง ข้อมูลชี้ทิศทางที่น่าสนใจ แต่ยังจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน แต่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งงานวิจัยที่น่าสนใจไม่น้อย
ที่มา
- ADHD brains are prone to wandering. That’s a secret weapon in the workplace
- Shifting the narrative on disability and neurodiversity inclusion in marketing
- What happened when I engineered more boredom into my life