😣 ทำงานก็เครียด มีเวลาว่างก็เครียด ลีดเดอร์ควรรับมือยังไงดี?
เชื่อว่าลีดเดอร์หลายคนคงเจอกับภาวะนี้กันเยอะ วันทำงานก็เครียดสุด ๆ พอมีวันหยุด แทนที่จะรู้สึกดี ผ่อนคลาย และหายเครียด แต่ไม่ใช่เลย กลับรู้สึกว่าเครียดมากกว่าเดิมเพราะมีเวลาว่างเพิ่มขึ้นซะงั้น!
ซึ่งความเครียดในการมีเวลาว่างนี้ มีชื่อเรียกว่า ‘Freizeitstress’ เป็นการที่ลีดเดอร์เสพติด หรือเคยชิน กับการทำงานอยู่ตลอดเวลา ทำให้พอว่างทีไร ก็ต้องหางานมาทำเพื่อปิดเวลาว่างนั้นอยู่ดี
🧐 ส่อง 4 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจจะมีแนวโน้มเป็นลีดเดอร์ที่เสพติดกับความยุ่งแบบไม่รู้ตัว
ว่างเมื่อไหร่ ต้องหาอะไรมาทำเมื่อนั้น
ช่วงไหนมีเวลาว่าง จะรู้สึกผิด และไม่สบายใจ จนต้องหา หรือสร้างงานขึ้นมาถมตารางที่ว่างอยู่ให้เต็มหมด จนไม่มีเวลาว่างให้ตัวเองได้พักผ่อน
ตัวอยู่ตรงนี้ แต่หัวคิดไปถึงพรุ่งนี้
พอมีเวลาพักอย่างเดินเล่น, ฟังเพลง หรือนั่งกินข้าว สมองก็ไม่ได้สนใจสิ่งที่ทำอยู่ในตอนนี้ แต่กลับคิดล่วงหน้าไปถึงงานในวันพรุ่งนี้ ประชุมในวันมะรืน หรือลูกค้าที่จะต้องเจออาทิตย์หน้าแทน
แบกทุกอย่างไว้ที่ตัว เพราะกลัวที่จะปล่อยมือ
เจอบ่อยสุดคือการที่ลีดเดอร์ไม่สามารถเอาตัวเองออกจากงานได้ เพราะกลัวจะทำให้คนอื่นผิดหวัง และยึดติดว่าการทำงานหนัก จะทำให้งานออกมาเป๊ะ และผิดพลาดน้อยที่สุด
ฝืนทำงานต่อไป แม้ร่างกายจะบอกว่าไม่ไหวแล้วก็ตาม
ไม่สนใจดูแลร่างกายให้ดี ถึงจะอดนอน อารมณ์เสีย คิดงานไม่ออกแค่ไหน ก็ยังกดดันให้ตัวเองทำงานต่อ เพราะไม่อยากให้ตัวเองมีเวลาว่าง
Rob Cross ผู้เขียนหนังสือ Ask 3 Questions: How To Live Well In A Distracted World อธิบายไว้ว่า สิ่งที่ทำให้ลีดเดอร์ต้องการทำงานเช้ายันค่ำ แบบไม่ต้องว่าง เป็นเพราะว่างานคือสิ่งที่ทำให้ลีดเดอร์รู้สึกว่ามีคุณค่า และสำคัญกับทีม ดังนั้นพอลีดเดอร์ได้ทำงานน้อยลง เลยคิดไปในแง่ลบว่า ตัวเองอาจไม่มีคุณค่า และไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว
ทำให้การพักผ่อนของลีดเดอร์ ไม่ได้จบที่การพักผ่อนจริง ๆ แต่เป็นการไปเปลี่ยนสถานที่ทำงานแทน คำถามก็คือ แล้วลีดเดอร์จะรับมือกับเรื่องนี้ยังไง เพื่อไม่โหมงานหนักจนร่างกาย และจิตใจพังไปก่อน?
3 วิธีที่ช่วยให้ลีดเดอร์พักได้เต็มร้อย แบบไม่ต้องคอยพะวงคิดถึงงานช่วงพัก
1. หาให้เจอว่ายุ่งเพราะอะไร เพื่อเลิกยัดงานใส่ตารางวันหยุด
วิธีแรกที่จะทำให้ลีดเดอร์แก้ปัญหาของการยุ่งตลอดเวลาได้ ก็คือการหาว่า ความยุ่งมันเกิดขึ้นเพราะอะไร ความยุ่งในที่นี้ไม่ใช่ความยุ่งที่เป็นปกติ เช่น ประชุมแทรก งานด่วนในการทำงานปกติ แต่มันคือความยุ่งที่เพิ่มขึ้นมาเอง จนไปเบียดเวลาการพักผ่อนของลีดเดอร์ โดยที่ไม่เคยสำรวจให้ดีว่า เป็นงานที่จำเป็นต้องทำในตอนพักผ่อนจริง ๆ หรือเปล่า
เพราะลีดเดอร์มักคิดเอาเองว่า การทำงานในช่วงเวลาการพักเป็นเรื่องที่หนีไม่พ้น ด้วยสภาพแวดล้อมภายนอกต่าง ๆ ทั้งตลาด ความคาดหวังของนักลงทุน หรือกระบวนการทำงานที่ซับซ้อน และต้องทำความเข้าใจ สิ่งเหล่านี้เองเป็นส่วนที่ทำให้ลีดเดอร์ต้องยุ่ง แต่รับประกันได้ว่า ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ลีดเดอร์พักทุกครั้งแน่นอน
ดังนั้นลีดเดอร์ต้องถอยตัวเองออกมา เพื่อวิเคราะห์การทำงานในมุมมองภายนอก ซึ่งก็จะเห็นได้ชัดขึ้นว่า สภาพแวดล้อมภายนอกที่บังคับให้ลีดเดอร์ต้องยุ่งนั้นมีน้อยกว่ามาก ถ้าเทียบกับงานที่ลีดเดอร์ยัดให้ตัวเอง
การจะถอยออกมาหนึ่งก้าวลีดเดอร์สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการตั้งคำถามกับตัวเองก่อนเพิ่มงานใหม่เข้ามาในตาราง คือ ‘งานนี้เป็นหน้าที่ของเราจริง ๆ หรือเปล่า?’ กับ ‘งานนี้คือสิ่งที่เราต้องทำ หรือเป็นสิ่งที่เราอยากทำเฉย ๆ กันแน่?’ ถ้าลีดเดอร์ถอยออกมาหนึ่งก้าวพร้อมตั้งคำถามกับตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยลดงานที่เพิ่มขึ้นเองออกไปได้ และจะช่วยให้ลีดเดอร์มีเวลาพักผ่อนได้จริงมากขึ้น
เช่น ถ้าวันนี้เป็นวันหยุด แต่พอเห็นตารางที่ว่างก็อยากสร้างงานขึ้นมาทำเพิ่ม เลยจะไปลงลงเรียนคอร์สออนไลน์เพิ่มเติม อยากให้ลองหยุดถามตัวเองก่อนว่า คอร์สนี้จำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องไปเรียนวันนี้หรือเปล่า? หรือเป็นความรู้ที่เรามีอยู่แล้วแต่อยากไปเรียนเพื่อไม่ให้ตัวเองว่างเฉย ๆ กันแน่? การตั้งคำถามกับงานที่จะเพิ่มขึ้นมาอยู่บ่อย ๆ ก็จะช่วยลดงานที่ไม่จำเป็นให้ค่อย ๆ น้อยลงได้
2. แบ่งเวลาให้การพักผ่อนไว้ อย่าเอาภาระงานใหม่มาทำเพิ่ม
ลีดเดอร์ทุกคนรู้ว่า เวลาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า แต่พอมีเวลาว่างก็ไม่ยอมใช้เวลานั้นเพื่อพักผ่อน หรือฟื้นฟูตัวเอง กลับกันยังทำให้ตัวเองยุ่งมากกว่าเดิม
การที่ลีดเดอร์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานมากมาย จะทำให้ลีดเดอร์เองหลงลืมภาพใหญ่ของงานทั้งหมดไป เพราะเขาไม่ได้ใช้เวลาในการลำดับความสำคัญอย่างจริงจัง และนั่นอาจทำให้จุดผิดพลาดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ เริ่มขยายจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ตามมา
ดังนั้นจงกำหนดให้ชัดเจนว่า เรื่องไหนมีความสำคัญจริง ๆ ในการลงมือทำ และให้เวลาไปกับสิ่งนั้นอย่างเต็มที่ เพราะลีดเดอร์ที่จะทำให้งานออกมามีประสิทธิภาพ ไม่ใช่คนที่ทำงานให้มากขึ้น แต่คือคนที่เลือกว่าจะทำอะไร และทำมันออกมาให้ดีต่างหาก
เช่น เมื่อมีเวลาพัก จากที่จะใช้เวลาว่างนั้นไปไล่ดูการทำงานของทีม หรือช่วยงานของทีมทุกโปรเจกต์ ลองจัดความสำคัญและเลือกโปรเจกต์ที่จำเป็นจริง ๆ ซึ่งต้องเลือกเวลาในการเข้าไปช่วยทีมที่เหมาะสม ไม่ใช่เข้าไปในช่วงเวลาพักของตัวเอง
3. สังเกต และเบรกตัวเองให้ทัน เวลาเผลอหยิบงานมาทำในเวลาพักผ่อน
การเครียดเมื่อมีเวลาว่าง จนเพิ่มงานเข้ามาในตารางของลีดเดอร์จนทำให้หลุดโฟกัส ไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่ แต่มันอยู่ที่ว่า ลีดเดอร์คนนั้นมีวิธีรับมือยังไง
บทความจาก CEO Magazine แนะนำว่า ลีดเดอร์ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่คนที่ไม่เคยหลุดโฟกัส แต่คือคนที่สังเกตเห็น และแก้ไขได้เร็ว ซึ่งเราสามารถทบทวนได้ผ่านคำถามว่า.. เราใช้เวลาไปกับอะไรบ้าง? และ เวลาที่ใช้ไปสอดคล้องกับสิ่งที่สำคัญที่สุดกับตัวเองแล้วใช่ไหม?
การสังเกต และแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ใช้เวลานาน ถ้าลีดเดอร์ตั้งคำถามอย่างสม่ำเสมอ และคอยรีเช็กตัวเองบ่อย ๆ เมื่อทำได้แล้วก็จะช่วยให้ลีดเดอร์สามารถบริหารจัดการงาน ควบคุมงานได้ดีมากขึ้น รวมถึงมีเวลาพักผ่อนได้แบบจริง ๆ อีกด้วย
เช่น เวลาที่ลีดเดอร์เผลอกดเข้าไปเช็กข้อความเรื่องงาน หรืออยู่ดี ๆ ก็มีไอเดียโปรเจกต์ใหม่ ๆ แวบเข้ามาในหัวช่วงวันหยุด แทนที่จะรีบลงมือทำทันทีด้วยตัวคนเดียว ลองหยุดตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่า เรื่องนี้จำเป็นต้องทำตอนนี้คนเดียวเลยหรือเปล่า หรือสามารถทดไว้ในใจ และไปคุยกับทีมในวันทำงานแทน การหยุดคิดจะช่วยคืนเวลาให้ลีดเดอร์ได้มากขึ้น และลดงานที่อาจจะยังไม่ต้องทำด้วยตัวคนเดียวในช่วงวันหยุดออกไปได้
การที่ลีดเดอร์จะสามารถลดอาการเครียดจากเวลาว่าง และภาระงานที่ไม่จำเป็นได้มากขึ้น ต้องเริ่มจากการเข้าใจความยุ่ง, การบริหารเวลา และการพลังงานของตัวเองให้เหมาะสม และสังเกตให้ดีว่ากำลังหลุดโฟกัสไปกับเรื่องไหนบ้าง ถึงช่วงแรก ๆ การพักผ่อนจริง ๆ อาจจะยังทำให้ลีดเดอร์รู้สึกไม่สบายใจ และอยากหางานมาทำเพิ่ม ก็ไม่ต้องคิดว่ามันเป็นสิ่งที่แย่ เพราะมันเป็นช่วงที่กำลังปรับตัวใหม่
สุดท้ายนี้ทิ้งท้ายด้วยคำพูดของ Rob Cross ที่ว่า
แปล เรียบเรียง: ธัญวรัตน์ ปกรณ์รัศมี
ที่มา
- Do you have Freizeitstress? 5 signs you’re addicted to being busy – and how to break free of the cycle
- ‘Freizeitstress’: Why leaders struggle to switch off—and how to truly rest this summer
- How leaders can escape the busyness trap and create more time, space and freedom